วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก


     มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในบรรดาโรคมะเร็งที่พบในคนไทย เกิดจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกคือ การติดเชื้อ HPV (Human Papilloma Virus)
     โรคการติดเชื้อ HPV ส่วนมากมาจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อนี้อยู่  โรคเชื้อ HPV จะทำให้มีความผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูกของผู้หญิง ทำให้เป็นขบวนการขั้นแรกของการทำให้เกิดโรคมะเร็ง

การป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก

1.การคัดกรองโรคในสตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้วโดยการทำการตรวจภายใน, PAP smear, HPV Test เพื่อหาความผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูก
2.การฉีดวัคซีนป้องกัน HPV เพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่อไวรัส HPV ทำให้ร่างกายไม่ติดโรคจากเชื้อ HPV

ชนิดของวัคซีนและประสิทธิภาพ

วัคซีนป้องกัน HPV มี 2 ชนิด

1.HPV แบบ 4 สายพันธุ์  จะป้องกันมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อ HPV ชนิด 16, 18 และหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศจาก HPV 6,11
2.HPV แบบ 2 สายพันธุ์  จะป้องกันมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อ HPV ชนิด 16, 18 และมีสารเพิ่มประสิทธิภาพของวัคซีน (ASO4)
วัคซีนทั้ง 2 ชนิด องค์การอนามัยโลก ให้คำแนะนำว่าสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ตามสายพันธุ์ที่อยู่ในวัคซีน

   อายุที่ควรได้รับการฉีดวัคซีน

     แนะนำให้ฉีดวัคซีนในผู้หญิงอายุ 9-26 ปี และจะได้ประโยชน์มากที่สุดถ้าฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก นอกจากนั้นยังแนะนำให้ฉีดในผู้ชายอายุตั้งแต่ 11-15 ปีขึ้นไป เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ เพื่อไม่ให้เป็นพาหะนำเชื้อไปสู่คู่สมรสด้วย และควรได้การฉีดในกลุ่มชายรักร่วมเพศ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV และโรคหูด รวมทั้งยังสามารถป้องกันมะเร็งของทวารหนัก

 

การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก ควรฉีดให้ครบ 3 เข็ม โดยแบ่งระยะเป็น
  • ► ครั้งแรก  อายุ 9-26 ปี
  • ► ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 1-2 เดือน
  • ► ครั้งที่ 3 ห่างจากครั้งแรก 6 เดือน
อาการข้างเคียงของการฉีดวัคซีน

วัคซีนมีความปลอดภัยสูง  ใช้มานานมากกว่า 10 ปี ทั่วโลก ฉีดแล้วมากกว่า 100 ล้านโดส (dose) ไม่พบอาการข้างเคียงที่รุนแรง

สิ่งที่ควรทราบก่อนฉีดวัคซีน

1.ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ HPV ก่อนฉีดวัคซีน
2.การฉีดวัคซีนไม่สามารถป้องกันหูดหงอนไก่ได้ทุกราย
3.การฉีดวัคซีนอาจไม่สามารถกันโรคมะเร็งจากสาเหตุอื่นๆ ได้
4.ถ้าติดเชื้อ
HPV ก่อนฉีดวัคซีนอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง หรือไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร
5.วัคซีนไม่สามารถรักษามะเร็งปากมดลูกได้ ไม่สามารถรักษาหูดหงอนไก่ได้
6.วัคซีนไม่สามารถป้องกันโรคเริม หรือรักษาโรคเริมได้

คำแนะนำ

1.สตรีที่เคยมีบุตรแล้วสามารถฉีดวัคซีนนี้ได้
2.ควรฉีดวัคซีนให้ตามกำหนดและครบ 3 เข็ม
3.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ด้วยความปรารถนาดีจาก
นพ.วีระกิจ หิรัญวิวัฒน์กุล
กุมารแพทย์
ศูนย์เด็กและวัยรุ่น (Children & Teens Center)

โปรโมชั่นประจำเดือน