5 วิตามินกันแดด ร้อนแค่ไหนก็สู้! ตัวช่วยปกป้องผิวที่ควรเลือก
หน้าร้อนแบบนี้สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลยคือ แสงแดด ที่ทำให้หลายจังหวัดในประเทศไทยต้องเผชิญกับอุณหภูมิทะลุสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ซึ่งหลายคนอาจรู้วิธีดูแลตัวเองในหน้าร้อนไปบ้างแล้ว ทั้งการดื่มน้ำสะอาดที่เพียงพอ ใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ง่าย หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และการทาครีมกันแดดอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ
คุณหมอจึงอยากแนะนำ “วิตามินกันแดด” เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเมื่อต้องเผชิญแสงแดดในหน้าร้อน หลายคนอาจสงสัยว่าเหมือนครีมกันแดดที่เราใช้ทาผิวกันทั่วไปไหม ป้องกันแสงยูวีที่มากระทบกับผิวของเราหรือไม่ มาไขข้อสงสัยและเคล็ดลับในการเลือกวิตามินกันแดดกัน
วิตามินกันแดด คือ วิตามินที่มีส่วนช่วยปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำร้ายจากแสงแดด และป้องกันปัญหาผิวหมองคล้ำ หยาบกร้าน เสื่อมสภาพ เกิดการระคายเคือง รวมทั้งช่วยเพิ่มความแข็งแรง ความชุ่มชื้นของผิว โดยวิตามินกันแดดจะทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากแสงยูวีในชั้นผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และลดเม็ดสีของผิว ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกอย่างหลากหลาย หมอแนะนำให้เลือกสารสกัดในวิตามินกันแดดที่มีงานวิจัยรองรับ ดังนี้
1. Fernblock
หรือ สารสกัด Polypodium Leucotomos Extract จากเฟิร์นชนิดหนึ่งที่คิดค้นโดย Dr.Fitzpatrick และทีมแพทย์ Harvard University มีงานวิจัยรองรับที่มีคุณสมบัติป้องกันแสงแดด Photoimmunoprotection หน้าที่หลักคือต้านอนุมูลอิสระจากรังสียูวี รวมทั้งลดการอักเสบของผิว ป้องกันและซ่อมแซม DNA จากผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด
2. Pine Bark Extract
หรือ Pinus Pinaster สารสกัดจากเปลือกสนมาริไทน์จากประเทศฝรั่งเศส มีสารสำคัญคือ Oligomeric Proanthocyanidin Complex ลดการผลิตเม็ดสีเมลานินที่ช่วยปรับผิวหมองคล้ำให้สีผิวสม่ำเสมอ และส่งเสริมประสิทธิภาพของวิตามิน C และ วิตามิน E ในการต้านอนุมูลอิสระ
3. Astaxanthin
หรือสารสกัดจากสาหร่ายสีแดง Haematococcus Pluvialis สารที่ทำให้เกิดสีแดงหรือชมพูในพืชหรือสัตว์ ถือว่าเป็นราชินีแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันรังสียูวีและผิวไหม้จากแสงแดด นอกจากผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอาหารเสริมแล้ว ยังมีหลายๆ ผู้ผลิตนิยมนำมาเป็นส่วนประกอบของครีมบำรุงผิวด้วย
4. Vitamin C
นอกจากจะมีงานวิจัยในเรื่องของการกระตุ้นภูมิคุ้มกันแล้ว ยังช่วยลดเม็ดสี กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปกป้องผิวจากแสงแดด และยิ่งได้ผลดีเมื่อใช้คู่กับวิตามินอีจะช่วยเสริมฤทธิ์ในการปกป้องผิวมากขึ้น
5. Vitamin E
เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน ที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับแต่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ จะได้รับจากการรับประทานอาหารต่าง ๆ และในรูปแบบอาหารเสริม รวมทั้งเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว นอกจากช่วยป้องกันผิวอักเสบจากรังสียูวีแล้ว ยังเพิ่มความนุ่มชุ่มชื่นให้แก่ผิวอีกด้วย
วิตามินเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและยังช่วยบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอก แต่สิ่งที่สำคัญคือ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ หากจำเป็นต้องเผชิญกับแสงแดดโดยตรง แนะนำให้ทาครีมกันแดด และรับประทานวิตามินเสริมหรือดริปวิตามินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญควบคู่กันไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องผิวรวมทั้งดูแลผิวจากภายในสู่ภายนอกให้มากขึ้น
ขอบคุณข้อมูล
พญ.ภาสิตาดล ม่วงน้อย
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป








