บทความสุขภาพ

ฉีดวัคซีน HPV สร้างภูมิคุ้มกัน... ลดเสี่ยง "มะเร็งปากมดลูก"
เผยแพร่13 กรกฎาคม 25691 นาทีในการอ่าน
แชร์

ฉีดวัคซีน HPV สร้างภูมิคุ้มกัน... ลดเสี่ยง "มะเร็งปากมดลูก"

"มะเร็งปากมดลูก"

เป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในบรรดาโรคมะเร็งที่พบในคนไทย เกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก คือ การติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus)

การติดเชื้อ HPV โดยส่วนใหญ่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อ HPV ส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูกของผู้หญิงซึ่งเป็นขั้นแรกของการทำให้เกิดโรคมะเร็ง ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการปรากฏเมื่อเซลล์มะเร็งลุกลามไปแล้ว 

การป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก

  1. การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก ในสตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้วโดยการทำการตรวจภายใน, PAP smear, HPV Test เพื่อหาความผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูก
  2. การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV เพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่อเชื้อ HPV ทำให้ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HPV สาเหตุหลักของ "มะเร็งปากมดลูก"

ชนิดของวัคซีน HPV และประสิทธิภาพในการป้องกัน

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกมี 2 ชนิดหลักที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่

  1. HPV แบบ 2 สายพันธุ์ จะป้องกันมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อ HPV ชนิด 16, 18 และมีสารเพิ่มประสิทธิภาพของวัคซีน (ASO4)
  2. HPV แบบ 4 สายพันธุ์ จะป้องกันมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อ HPV ชนิด 16, 18 และหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศจาก HPV 6,11

วัคซีนทั้ง 2 ชนิด องค์การอนามัยโลก ให้คำแนะนำว่าสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ตามสายพันธุ์ที่อยู่ในวัคซีน

อายุที่ควรได้รับการฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก

แนะนำให้ฉีดวัคซีนในผู้หญิงอายุ 9 - 26 ปี และจะได้ประโยชน์มากที่สุดถ้าฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก นอกจากนั้นยังแนะนำให้ฉีดในผู้ชายอายุตั้งแต่ 11-15 ปีขึ้นไป เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ HPV เพื่อไม่ให้เป็นพาหะนำเชื้อไปสู่คู่สมรสด้วย และควรได้รับการฉีดในกลุ่มชายรักร่วมเพศ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV หงอนไก่ และโรคหูด

การฉีดวัคซีน HPV ควรฉีดให้ครบ 3 เข็ม โดยแบ่งระยะเป็น

  • ครั้งแรก อายุ 9 - 26 ปี
  • ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 1 - 2 เดือน
  • ครั้งที่ 3 ห่างจากครั้งแรก 6 เดือน

อาการข้างเคียงของการฉีดวัคซีน HPV

วัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูกมีความปลอดภัยสูง  ใช้มานานมากกว่า 10 ปี ทั่วโลก ฉีดแล้วมากกว่า 100 ล้านโดส (dose) ไม่พบอาการข้างเคียงที่รุนแรง

สิ่งที่ควรทราบก่อนฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก

  1. ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ HPV ก่อนฉีดวัคซีน
  2. การฉีดวัคซีน HPV ไม่สามารถป้องกันหูดหงอนไก่ได้ทุกราย
  3. การฉีดวัคซีน HPV ไม่สามารถกันโรคมะเร็งจากสาเหตุอื่นๆ ได้
  4. ถ้าติดเชื้อ HPV ก่อนฉีดวัคซีนอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง หรือไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร
  5. วัคซีน HPV ไม่สามารถรักษามะเร็งปากมดลูกได้ ไม่สามารถรักษาหูดหงอนไก่ได้
  6. วัคซีน HPV ไม่สามารถป้องกันโรคเริม หรือรักษาโรคเริมได้

คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

  1. สตรีที่เคยมีบุตรแล้วสามารถฉีดวัคซีน HPV ได้
  2. ควรฉีดวัคซีน HPV ให้ตามกำหนดและครบ 3 เข็ม
  3. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV

ขอบคุณข้อมูล
นพ.วีระกิจ หิรัญวิวัฒน์กุล
กุมารแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

แพ็กเกจและโปรโมชั่น

ดูทั้งหมด
โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

3,200 – 28,000 บาทรายละเอียด
โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

หลงลืมบ่อย ความจำถดถอย อย่ามองข้าม โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (Dementia Screening) ตรวจความจำ ตรวจสมอง โดยแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนนทเวช

3,200 – 18,900 บาทรายละเอียด
โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

ตรวจสอบค่าบริการฟอกเลือดไตเทียม (Hemodialysis) พร้อมรายละเอียดสิทธิการรักษา สิทธิราชการ ประกันสังคม และบริการฉุกเฉิน ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง แผนกไตเทียม โรงพยาบาลนนทเวช

2,200 – 3,300 บาทรายละเอียด