ภาวะพร่องเอนไซม์ G - 6 - PD
ภาวะพร่องเอนไซม์ G - 6 - PD
- เอนไซม์ G-6-PD ย่อมาจาก Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase
- G-6-PD เป็นเอนไซม์ที่มีอยู่ในเซลล์ทั่วไปของร่างกายรวมทั้งเซลล์เม็ดเลือดแดง
- ถ้าขาดเอนไซม์ชนิดนี้จะทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย
- ผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ชนิดนี้ มักมีสาเหตุจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งพบในเพศชาย
- โรคนี้พบได้บ่อยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในประเทศไทยพบภาวะนี้บ่อยทางภาคอีสาน และภาคเหนือ
อาการ
- มีไข้สูง
- หนาวสั่น
- ซีดเหลือง
- อ่อนเพลียมาก
- ปัสสาวะสีน้ำตาลคล้ายน้ำปลาหรือโคล่า
จะตรวจพบภาวะซีดตาเหลือง ตัวเหลือง ถ้าเป็นรุนแรงอาจพบภาวะไตวายแทรกซ้อน
ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกอาจเกิดหลังได้รับยาบางชนิด เช่น แอสไพริน, ควินิน, ยากลุ่มซัลฟา, ฟูราโซลิโดนหรือหลังรับประทานถั่วปากอ้า
ยาที่ต้องระวังในผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD
- Antimalarials ได้แก่ Chloroquine, Hydroxychloroquine, Pamaquine, Primaquine, Quinine
- Antibacterial / Cytotoxic ได้แก่ Chloramphenicol, Co-trimoxazole, Nalidixic acid, Penicillamine
- Quinolones ได้แก่ Norfloxacin, Ciprofloxacin
- Sulfonamides ได้แก่ Salazopyrine, Sulfanilamide, Sulfa pyridine, Sulfasalazine
- Sulfones ได้แก่ Sulfisoxazole, Thiazolsulfone, Diaminodiphenyl sulfone
- Antipyretics and Analgesics ได้แก่ Aspirin, Acetanilid, Phenacetin, Pyramidone
- Nitrofurans ได้แก่ Nitrofurantoin, Furaltadone, Furazolidone, Nitrofurazone
- NSAIDs ได้แก่ Ibuprofen
- Miscellaneous ได้แก่ Ascorbic acid, Copper sulfate, Dapsone, Fava Beans, Methylene blue, Nitrite, Probenecid
การวินิจฉัย
วินิจฉัยโดยการเจาะเลือดตรวจดูระดับเอนไซม์ G-6-PD
การรักษา
- ส่งโรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมง หากมีภาวะเม็ดเลือดแดงแตก
- รักษาตามอาการ อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น หากมีอาการซีดมากอาจจำเป็นต้องให้เลือด
- หากมีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น มาลาเรีย ไทฟอยด์ จำเป็นต้องให้การรักษาไปพร้อมกัน แต่ต้องระวังยาที่อาจทำให้เม็ดเลือดแดงแตกมากขึ้น
- ผู้ป่วยต้องดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อป้องกันมิให้ไตวาย
ข้อแนะนำ
ภาวะพร่องเอนไซม์ G–6–PD ผู้ป่วยควรแสดงบัตรประจำตัวและแจ้งแพทย์ทุกครั้งที่เข้ารับบริการ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกได้
คำถามที่ถามบ่อย..เกี่ยวกับภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD
- ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม แบบ X–linked recessive คือการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนด้อยของโครโมโซมเพศชนิด X
- ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD เป็นภาวะที่ติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ผู้ป่วยจะไม่มีอาการ หากไม่ได้สัมผัสกับอาหารหรือยาที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้
- ถึงแม้ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะไม่มีอาการซีด แต่ตามคำแนะนำของ The International Red Cross ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้บริจาคเลือด
ขอบคุณข้อมูล
นพ.อภิชาติ โพธิอะ
กุมารแพทย์เฉพาะทางโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก








