บทความสุขภาพ

9 เทคนิคกินอย่างไรให้ดีต่อใจ ดูแลหัวใจให้แข็งแรง
เผยแพร่29 กันยายน 25694 นาทีในการอ่าน
แชร์

9 เทคนิคกินอย่างไรให้ดีต่อใจ ดูแลหัวใจให้แข็งแรง

29 กันยายน 2569 วันหัวใจโลก (World Heart Day)

หัวใจ เป็นอวัยวะสำคัญที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ควบคู่กับการดูแลน้ำหนัก และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพหัวใจในระยะยาว

การเริ่มต้นดูแลหัวใจ สามารถจำง่าย ๆ ได้จาก 3 หลักสำคัญ

  • ⚖️ ปรับสมดุล (Balance) พลังงานและน้ำหนักตัว
  • 🥦 เลือกกิน (Choose) ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนคุณภาพดี และไขมันดี
  • ⚠️ ลด / เลี่ยง (Minimize) อาหารแปรรูปสูง น้ำตาล โซเดียม และแอลกอฮอล์

9 เทคนิค “กินอย่างไรให้ดีต่อใจ”

1.ปรับสมดุลพลังงาน เพื่อควบคุมน้ำหนัก

เลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ และควบคุมพลังงานให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน พร้อมออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป ประมาณ 4–5 ครั้งต่อสัปดาห์

หลักสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่าง Energy In หรือพลังงานที่ได้รับจากอาหาร และ Energy Out หรือพลังงานที่ร่างกายนำไปใช้ เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

2.รับประทานผักและผลไม้ให้หลากหลายและหลากสี

ผักและผลไม้เป็นแหล่งของใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่มีประโยชน์ ควรเลือกรับประทานผักและผลไม้สดเป็นประจำ

ปริมาณผักและผลไม้ที่แนะนำ
เด็กอายุ 2–5 ปี ผักและผลไม้ อย่างน้อย 250 กรัมต่อวัน / ใยอาหาร อย่างน้อย 15 กรัมต่อวัน
เด็กอายุ 6–9 ปี ผักและผลไม้ อย่างน้อย 350 กรัมต่อวัน / ใยอาหาร อย่างน้อย 21 กรัมต่อวัน
อายุ 10 ปีขึ้นไป ผักและผลไม้ อย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน / ใยอาหาร อย่างน้อย 25 กรัมต่อวัน

ควรเลือกรับประทานผลไม้สดแทนน้ำผลไม้ เพื่อให้ได้รับใยอาหารและลดการได้รับน้ำตาลในปริมาณสูง หากเลือกผักหรือผลไม้แช่แข็งหรือบรรจุกระป๋อง ควรเลือกชนิดที่ไม่มีการเติมน้ำตาลและโซเดียมเพิ่ม

3 เลือกธัญพืชไม่ขัดสี (Whole Grains)

ธัญพืชไม่ขัดสียังคงมีส่วนประกอบสำคัญของเมล็ด ได้แก่ รำข้าว (Bran) ซึ่งเป็นแหล่งใยอาหาร, เนื้อเมล็ด (Endosperm) ซึ่งเป็นแหล่งแป้ง และ จมูกข้าว (Germ) ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหาร

ตัวอย่าง เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และควินัว ซึ่งมีใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ ต่างจากธัญพืชขัดสี เช่น ข้าวขาวและขนมปังขาว ที่กระบวนการขัดสีทำให้ใยอาหารและสารอาหารบางส่วนลดลง

4 เลือกแหล่งโปรตีนคุณภาพดี

เลือกโปรตีนจากถั่วต่าง ๆ เต้าหู้ ปลา และอาหารทะเล โดยเฉพาะปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3

สำหรับนมควรเลือกชนิดไขมันต่ำหรือปราศจากไขมัน และหากรับประทานเนื้อแดง ควรเลือกส่วนที่ไม่ติดมัน พร้อมลดหรือหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม และกุนเชียง ซึ่งมักมีไขมันและโซเดียมสูง

5 เลือกไขมันให้ถูกชนิด

ควรลดการรับประทานไขมันอิ่มตัวในปริมาณสูง และเลือกแหล่งไขมันไม่อิ่มตัวให้มากขึ้น เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันคาโนลา น้ำมันมะกอก อะโวคาโด และเมล็ดพืชต่าง ๆ

6 ลดหรือหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปขั้นสูง

ควรเลือกรับประทานอาหารที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด และลดอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปหลายขั้นตอน เนื่องจากอาหารแปรรูปขั้นสูงอาจมี โซเดียม น้ำตาล สารปรุงแต่ง และสารกันเสีย ในปริมาณสูง

ควรรับประทานให้น้อยและฝึกอ่านฉลากโภชนาการก่อนเลือกซื้อ

7 ระวัง “กับดักน้ำตาล” ในเครื่องดื่มและอาหาร

น้ำตาลอาจซ่อนอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มมากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำเชื่อม น้ำผึ้ง หรือฟรุกโตสคอร์นไซรัป ซึ่งพบได้ในเครื่องดื่มและขนมหลายชนิด

เป้าหมายสำคัญคือ ลดการเติมน้ำตาลให้เหลือน้อยที่สุด

8 ควบคุมโซเดียม และเพิ่มโพแทสเซียม

ควรจำกัดการบริโภค เกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าโซเดียมประมาณ 2 กรัมต่อวัน ลดการใช้เครื่องปรุงรสที่มีโซเดียมสูง รวมถึงลดอาหารแปรรูปและขนมกรุบกรอบ

ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียม เช่น มะเขือเทศ อะโวคาโด ฟักทอง แครอท กล้วย ส้ม มะละกอ ฝรั่ง และผักใบเขียว

9 หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

ไม่มีเหตุผลที่จะเริ่มดื่มแอลกอฮอล์เพียงเพราะหวังผลดีต่อสุขภาพหัวใจ หากไม่ดื่มอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเริ่มดื่มเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว

ทำไม “โรคอ้วน” จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ?

โรคอ้วนสัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคเบาหวาน

เมื่อร่างกายมีขนาดและมวลเนื้อเยื่อเพิ่มขึ้น หัวใจต้องทำงานมากขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ประกอบกับการสะสมของไขมันในหลอดเลือด อาจเพิ่มภาระต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

รู้จักค่า BMI และเส้นรอบเอว

ค่า BMI หรือดัชนีมวลกาย สามารถคำนวณได้จาก

BMI = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ÷ [ส่วนสูง (เมตร)]²

การประเมินความเสี่ยงจากค่า BMI และเส้นรอบเอว โดยผู้ที่มี BMI 23–27.4 ควรวัดเส้นรอบเอวเพิ่มเติม

หากมีเส้นรอบเอวตั้งแต่ 80 เซนติเมตรขึ้นไปในผู้หญิง หรือ 90 เซนติเมตรขึ้นไปในผู้ชาย แสดงว่ามีภาวะไขมันสะสมบริเวณช่องท้องเพิ่มขึ้น

สรุป 9 ข้อ เทคนิคดูแลหัวใจ

The Heart-Healthy Checklist

  1. รักษาสมดุลพลังงานและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  2. รับประทานผักและผลไม้หลากสี
  3. เลือกธัญพืชไม่ขัดสี
  4. เน้นโปรตีนจากพืช ปลา และเนื้อไม่ติดมัน พร้อมลดเนื้อสัตว์แปรรูป
  5. เลือกไขมันไม่อิ่มตัว และลดไขมันอิ่มตัวสูง
  6. ลดอาหารแปรรูป โดยเฉพาะอาหารแปรรูปขั้นสูง
  7. ลดการเติมน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่ม
  8. ลดโซเดียม และเพิ่มโพแทสเซียมจากผักและผลไม้
  9. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
ดูแลหัวใจ เริ่มได้จากทุกมื้อ
การดูแลหัวใจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพียงค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมการกิน เลือกอาหารที่เหมาะสม ควบคุมปริมาณ และมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นอีกก้าวสำคัญของการดูแลสุขภาพหัวใจในระยะยาว
 
“อาหารอร่อยคือรากฐานของความสุข และเธอคือความสุขของหัวใจ”

Moon Mam Story EP.10
World Heart Day 2026
โรงพยาบาลนนทเวช

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

แพ็กเกจและโปรโมชั่น

ดูทั้งหมด
โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

3,200 – 28,000 บาทรายละเอียด
โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

หลงลืมบ่อย ความจำถดถอย อย่ามองข้าม โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (Dementia Screening) ตรวจความจำ ตรวจสมอง โดยแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนนทเวช

3,200 – 18,900 บาทรายละเอียด
โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

ตรวจสอบค่าบริการฟอกเลือดไตเทียม (Hemodialysis) พร้อมรายละเอียดสิทธิการรักษา สิทธิราชการ ประกันสังคม และบริการฉุกเฉิน ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง แผนกไตเทียม โรงพยาบาลนนทเวช

2,200 – 3,300 บาทรายละเอียด