คำบอกเล่าของคุณพุธิกา การรักษาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
หากคุณคิดว่า อาการปวดท้องทุกครั้งที่มีรอบเดือน แถมยังปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน หรือต้องหยุดงาน หยุดเรียน คือ เรื่องปกติที่ใครๆก็เป็นกัน มาเปลี่ยนความคิดกันดีกว่าไหม ผู้หญิงหลายคนอาจคิดว่า การปวดท้องน้อยเวลามีประจำเดือนเป็นเรื่องปกติของผู้หญิง แต่บางคนถึงขั้นต้องลางานเวลาถึงวันนั้นของเดือน หลายคนเลือกที่จะซื้อหายาแก้ปวดมารับประทานเอง โดยไม่คิดว่าอาการปวดท้องน้อยเวลามีประจำเดือนนั้นอาจมาจากสาเหตุที่ต้องได้รับการดูแลและแก้ไขจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เช่นเดียวกับคุณพุธิกา บุษยประทีป หรือ "คุณหนุ่ย" หนึ่งในหลายๆคน ที่ประสบปัญหาดังกล่าวแต่ก็ไม่ได้เอะใจและปรึกษาแพทย์ เพราะมีความเชื่อมาตลอดตามคำโบราณว่า อาการปวดท้องประจำเดือนเป็นเรื่องปกติ แทบทุกครั้งที่มีรอบเดือน "หนุ่ย"จะมีอาการปวดท้องและปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องหยุดงาน ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน รู้สึกเครียดและกังวลใจมากกับอาการดังกล่าว จนสุดท้ายปวดมากขึ้นทนไม่ไหวจนเป็นลม
เพื่อนๆจึงได้แนะนำให้เข้ามารักษากับคุณหมอท่านหนึ่ง ที่โรงพยาบาลนนทเวช เนื่องจากท่านมีชื่อเสียงในด้านการรักษาโรคทางนรีเวชและการผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งคุณหมอได้ตรวจซักประวัติในเบื้องต้น ตรวจร่างกาย ตรวจอัลตร้าซาวด์เพื่อการวินิจฉัยโรค ผลจากการตรวจคุณหมอแจ้งว่าตนเองเป็น "โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่" คุณหมอจึงแนะนำว่าตอนนี้ให้ฉีดยาฮอร์โมนไปก่อน แล้วติดตามผลการรักษา หรือจะผ่าตัดเลยก็ได้ ซึ่งตนเองก็เลยตัดสินใจใช้วิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้องทางนรีเวช
หากถามว่ากลัวไหม ตอนแรกๆก็กลัวอยู่บ้าง แต่ได้คุยกับเพื่อนๆ ที่เคยผ่าตัดผ่านกล้องมาก่อน ซึ่งทุกคนก็ให้คำแนะนำและบอกว่าไม่ต้องกลัว อีกทั้งคุณหมอก็ให้คำแนะนำอย่างชัดเจนถึงวิธีการผ่าตัด ว่าไม่มีความอันตราย ไม่ซับซ้อน ทำให้เราสบายใจขึ้น หลังการผ่าตัดก็ยังได้รับการฉีดฮอร์โมนอีกเป็นระยะเวลา 1 ปี ตอนนี้ยังไม่มีอาการอะไรที่ต้องกังวลเลย
สุดท้ายแล้ว "คุณหนุ่ย" อยากฝากถึงผู้หญิงทุกคนว่า "หากมีอาการปวดท้องเวลามีประจำเดือนควรรีบมาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อที่จะได้ทำการรักษาและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที อย่าคิดว่าอาการปวดประจำเดือนเป็นเรื่องปกติ เพราะโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เมื่อเป็นมากจะมีพังผืดเกิดขึ้นไปพันรัดกับอวัยวะข้างเคียง แม้กระทั่งทำให้มีบุตรยากได้ แต่ทั้งหมดนี้มันจะไม่เกิดขึ้นเลยค่ะ ถ้าเราได้รับการรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และวิธีการตรวจรักษาในปัจจุบันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด"








