บทความสุขภาพ

มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตรวจพบไว รักษาได้
เผยแพร่13 กรกฎาคม 25691 นาทีในการอ่าน
แชร์

มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตรวจพบไว รักษาได้

มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal cancer) เป็นมะเร็งที่พบบ่อย 1 ใน 5 ของประเทศไทย มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยพบมากเป็นอันดับ 3 ในเพศชาย และอันดับ 4 ในเพศหญิง  (ที่มา : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข)

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่

  1. อายุ 50 ปีขึ้นไป
  2. คนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
  3. มีภาวะโรคอ้วน และมีวิถีชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ ขาดการออกกำลังกาย
  4. เคยมีประวัติลำไส้อักเสบเรื้อรัง
  5. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  6. การสูบบุหรี่ ,ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

อาการและอาการแสดง

  • ช่วงที่เริ่มเป็น ไม่มีอาการผิดปกติ
  • ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด, เป็นมูก หรือเป็นมูกเลือด
  • ท้องผูกสลับท้องเสียที่หาสาเหตุไม่ได้ หรือไม่เคยเป็นมาก่อน
  • ซีด โดยที่หาสาเหตุไม่ได้
  • ท้องผูกมากผิดปกติ หรือมีอาการถ่ายไม่สุดหลังถ่ายอุจจาระแต่ละครั้ง
  • ปวดท้องเรื้อรังมานาน
  • สังเกตว่าลำอุจจาระมีขนาดลีบเล็กลง
  • ผอมลง หรือน้ำหนักตัวลดลง แบบไม่ทราบสาเหตุชัดเจน

วิธีการลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่

  • ออกกำลังกาย อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน หรือเฉลี่ย 3 วันต่อสัปดาห์
  • ไม่สูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารไขมันสูงๆ อาหารฟาสต์ฟู้ด เนื้อแดง เนื้อแปรรูป และควรรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ

ความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal cancer)  ส่วนหนึ่งป้องกันได้หากหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และตรวจคัดกรองตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก จะทำให้การรักษาได้ผลดี และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า โดยผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยไม่ต้องรอให้มีอาการผิดปกติ (ที่มา : WHO guideline 2018)

การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

  • การตรวจอุจจาระเพื่อหาเลือดออกแฝงในอุจจาระ
  • การส่องกล้องลำไส้ใหญ่  (Colonoscopy) สามารถตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ ติ่งเนื้อ ก้อนเนื้อที่ผิดปกติ โรคลำไส้อักเสบ ฯลฯ
    - สามารถทำได้ภายในหนึ่งวันเพียงแค่ งดน้ำ และอาหารมา 6-8 ชม.
    - ระยะเวลาทำ 20-30 นาที
    - ทำในขณะหลับ โดยได้รับยานอนหลับแบบฉีด ไม่เจ็บ
    - สามารถกลับบ้านได้หลังจากทำเสร็จ

ใครบ้างที่ควรมาตรวจคัดกรอง

  • บุคคลทั่วไปที่มีอายุเกิน 45 ปีขึ้นไป
  • คนที่มีปัจจัยเสี่ยงควรเริ่มตั้งแต่อายุ 35-40 ปีขึ้นไป
  • คนที่มีอาการทางลำไส้ที่ผิดปกติ ไม่จำกัดอายุ
  • ปวดท้องไม่ทราบสาเหตุ
  • ขับถ่ายผิดปกติ หรือมีเลือดปนในอุจจาระ
  • น้ำหนักตัวลดลงไม่ทราบสาเหตุ
  • มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

เพราะระบบทางเดินอาหาร มีการทำงานที่ซับซ้อน...จึงต้องการการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ (Gastrointestinal&Liver Center) โรงพยาบาลนนทเวช พร้อมด้วยทีมอายุรแพทย์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินอาหาร วิสัญญีแพทย์ รังสีแพทย์  และแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านเคมีบำบัด พร้อมให้บริการตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยในระยะเริ่มต้น การรักษา ป้องกันโรคระบบทางเดินอาหารและตับทั้งระบบ

ขอบคุณข้อมูลจาก
นพ.อานนท์ พีระกูล
อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

แพ็กเกจและโปรโมชั่น

ดูทั้งหมด
โปรแกรมฝึกสมรรถภาพสมอง ฝึกความจำ สมาธิ และการตอบสนอง

โปรแกรมฝึกสมรรถภาพสมอง ฝึกความจำ สมาธิ และการตอบสนอง

ฝึกความจำ สมาธิ การคิดวิเคราะห์ และการประสานงานระหว่างสมองกับร่างกาย ผ่านกิจกรรมและอุปกรณ์ฝึก ภายใต้การดูแลของนักกิจกรรมบำบัด โรงพยาบาลนนทเวช มีรูปแบบการฝึก 30 และ 50 นาที ราคา 800–1,900 บาทต่อครั้ง

800 – 1,900 บาทรายละเอียด
สูงวัยอย่างมั่นใจ ใส่ใจสุขภาพ 6 ด้านสำคัญ

สูงวัยอย่างมั่นใจ ใส่ใจสุขภาพ 6 ด้านสำคัญ

ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักเมื่ออายุเพิ่มขึ้น กับโปรแกรมตรวจคัดกรองและฟื้นฟูสุขภาพ 6 ด้าน ทั้งดวงตา สมองและระบบประสาท กระดูก ระบบทางเดินปัสสาวะ การทรงตัว และการกลืน ที่โรงพยาบาลนนทเวช ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน–31 ธันวาคม 2569

12,000 – 23,000 บาทรายละเอียด
โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก Hot Deal

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก Hot Deal

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก Hot Deal

15,300 – 28,900 บาทรายละเอียด
โปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงเฉพาะทาง

โปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงเฉพาะทาง

โปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงเฉพาะทาง 7 ระบบ

1,900 – 4,500 บาทรายละเอียด