บทความสุขภาพ

6 เทคนิค เติมหวานให้พอดี สุขภาพดีแบบแฮปปี้
เผยแพร่12 ตุลาคม 25693 นาทีในการอ่าน
แชร์

6 เทคนิค เติมหวานให้พอดี สุขภาพดีแบบแฮปปี้

14 ตุลาคม 2569 วันขนมหวานแห่งชาติ (International Dessert Day)

ในวันที่เหนื่อยล้าหรืออยากให้รางวัลตัวเอง “ ขนมหวาน ” คือคำตอบแสนชื่นใจที่อยากเลือก จริงไหมคะ ? อย่างไรก็ตาม ขนมหวานทั้งหลาย อุดมไปด้วย “ น้ำตาล  ไขมัน  โซเดียม ในปริมาณมาก ” พฤติกรรมการทานหวานนี้ทำน้ำหนักพุ่งทะยาน เป็นตัวการให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน ถ้าไม่ควบคุมอาจเป็นสาเหตุของโรคอ้วน และโรคเบาหวานก่อนเลือกขนมหวาน ควรรู้จักร่างกายของตัวเอง

1. เลือกขนมให้เป็น เริ่มจากรู้จักตัวเอง รู้จักขนม และ ดูฉลากโภชนาการให้เป็น (Look yourself , Choose for health)

คำนวณพลังงานวัยผู้ใหญ่

ดัชนีมวลกายใช้ในคนที่มี อายุ 18 ปี ขึ้นไป
ดัชนีมวลกาย = น้ำหนัก (กิโลกรัม) ÷ [ส่วนสูง (เมตร) × ส่วนสูง (เมตร)]

BMIการแปลผล
น้อยกว่า 18.5ผอม
18.5 - 22.9สมส่วน
23.0 - 24.9น้ำหนักเกิน
25.0 - 29.9อ้วน
มากกว่า 30.0อ้วนอันตราย

ค่า BMI ของผู้ใหญ่ควรมีค่าอยู่ระหว่าง “18.5 - 22.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร” พลังงานที่ควรได้รับในแต่ละวัน 20 - 35 กิโลแคลอรี/น้ำหนักปัจจุบัน/วัน เช่น *น้ำหนักตัว = 50 × 30
** พลังงานที่ควรได้รับ = 1,500 กิโลแคลอรี

วัดรอบเอว
ผู้ชาย < 90 ซม.
ผู้หญิง < 80 ซม.

เช่น น้องมูมมาม น้ำหนัก 50 กก. ส่วนสูง 160 ซม. ออกกำลังกาย 3 ครั้ง/สัปดาห์
50 ÷ (1.6 × 1.6) = 19.53  สมส่วน

พลังงานเหมาะสำหรับ
1,200 กิโลแคลอรีสำหรับผู้ที่มีภาวะอ้วน และต้องการลดน้ำหนัก
1,600 กิโลแคลอรีสำหรับหญิงวัยทำงาน อายุ 25-60 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
2,000 กิโลแคลอรีสำหรับวัยรุ่น อายุ 14-25 ปี หรือ ชายวัยทำงานอายุ 25-60 ปี
2,400 กิโลแคลอรีสำหรับผู้ใช้พลังมากๆ เช่น เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน นักกีฬา

ดูฉลากและปริมาณที่แนะนำ

  • คำแนะนำการแบ่งกินว่า ควรแบ่งกินกี่ครั้งต่อ 1 บรรจุภัณฑ์
  • ดูพลังงาน
  • ดูปริมาณน้ำตาล
  • แนะนำทางเลือกสุขภาพ

ข้อมูลโภชนาการที่ควรดู ได้แก่ พลังงาน น้ำตาล ไขมัน โซเดียม และร้อยละของปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน WHO แจ้ง แนะนำไม่เกิน 6 ช้อนชา/วัน

เคาะแล้ว !! ปรับเกณฑ์หวานในเครื่องดื่มแล้ว หวานปกติ = 50% ลดน้ำตาล ช่วยลดโรค

ระดับความหวานปริมาณน้ำตาลตามภาพ
หวานฉ่ำ = 100%น้ำตาล 5 ช้อนชาขึ้นไป
หวานมาก = 75%น้ำตาล 4 ช้อนชา
หวานปกติ = 50%น้ำตาล 3 ช้อนชา *เกณฑ์ใหม่*
หวานน้อย = 25%สำตาล 2 ช้อนชา
ไม่หวาน = 0%น้ำตาล 1 ช้อนชาหรือไม่เติมเลย

*Reference: กรมอนามัย, สสส.

ปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมกับคนแต่ละช่วงวัย

  • วัยรุ่นและวัยทำงาน อายุ 25-60 ปี ควรบริโภคน้ำตาลไม่เกินวันละ 3-6 ช้อนชา (15-30 g)
  • ผู้ออกกำลังกาย หรือ ใช้พลังงานมาก ควรบริโภคน้ำตาลไม่เกินวันละ 7 ช้อนชา (35 g)
  • ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรบริโภคน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา (30 g)

*Reference : ธงโภชนาการ

ขนมยอดฮิตแต่ละชนิดกี่แคล น้ำตาลกี่กรัม

ขนมพลังงานน้ำตาล
พาย290 kcal32 กรัม/ชิ้น
เค้ก400 kcal28 กรัม/ชิ้น
โดนัท280 kcal30 กรัม/ชิ้น
ช็อกโกแลต600 kcal15 กรัม/ซอง
ครัวซอง400 kcal11 กรัม/ชิ้น
คุกกี้120 kcal10 กรัม/ชิ้น
ไอศกรีม300 kcal22 กรัม/ลูก
บราวนี่340 kcal26 กรัม/ชิ้น
บิงซู500 kcal81 กรัม/ถ้วย
ลูกอม35 kcal5 กรัม/ชิ้น
ปลาท่องโก๋145 kcal8 กรัม/ชิ้น
ลอดช่องน้ำกะทิ210 kcal24 กรัม/ถ้วย
กล้วยทอด50 kcal6 กรัม/ชิ้น
หม้อแกง500 kcal26 กรัม/ถาด
ขนมครก250 kcal21 กรัม/5ชิ้น
ลูกชุบ80 kcal9 กรัม/5ลูก
ข้าวเหนียวมะม่วง600 kcal73 กรัม/จาน
ขนมชั้น115 kcal16 กรัม/ชิ้น
โรตี500 kcal46 กรัม/ชิ้น
ป๊อปคอร์นชีส240 kcal1 กรัม/ห่อ35กรัม
มันฝรั่งอบกรอบ270 kcal2 กรัม/ห่อเล็ก
ทุเรียนทอด250 kcal10 กรัม/ห่อเล็ก
กล้วยฉาบ250 kcal14 กรัม/ห่อเล็ก
ถั่วทอด150 kcal2 กรัม/แผ่น
ข้าวเกรียบกุ้ง300 kcal2 กรัม/ห่อกลาง
ซาวโดวจ์ธัญพืช120 kcal2 กรัม/แผ่น
ปลาเส้น100 kcal4-9 กรัม/ซองปกติ
ขนมปังลูกเกด100 kcal5 กรัม/แผ่น
กราโนล่า150 kcal3-7 กรัม/ถ้วยเล็ก
คุกกี้ไข่ขาว28 kcal3 กรัม/ชิ้น
สาหร่ายอบกรอบ80 kcal1 กรัม/ซอง

หรือเลือกทานผลไม้ 1 จาน รองกาแฟและเลือกเป็นชนิดที่ดัชนีน้ำตาลต่ำ เช่น แอปเปิ้ล, สาลี่, ฝรั่ง, แก้วมังกร, เบอร์รี่, อะโวคาโด

2. กินหลังมื้ออาหารหลัก (Don't Eat on an Empty Stomach)

เลี่ยงการกินขนมหวานตอนท้องว่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งกระฉูดอย่างรวดเร็วและหิวโหยหนักกว่าเดิม แนะนำให้ทานมื้อหลักที่มีโปรตีนและไฟเบอร์สูงให้อิ่มก่อน แล้วค่อยตักขนมหวานมาทานเป็นของว่างตบท้ายไม่เกิน 5-10 คำ เพื่อให้อิ่มอร่อยแถมดูดซึมน้ำตาลช้าลง

3. เลือก "ตัวตายตัวแทน" ที่แคลอรี่ต่ำกว่า (Smart Swaps)

ถ้าอยากกินหวาน ลองมองหาทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า เช่น เปลี่ยนจากเค้กครีมหนาๆ เป็นผลไม้สดรสหวานฉ่ำ ดาร์กช็อกโกแลต (70% ขึ้นไป) หรือเลือกเบเกอรี่สูตร Low Sugar / Vegan ที่ใช้น้ำตาลน้อยหรือใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เพื่อเซฟแคลอรี่และลดภาระของตับอ่อน

4. ตั้งกติกา "แบ่งปันความอร่อย" (The Sharing Rule)

อย่าสั่งของหวานชิ้นใหญ่คนเดียวเด็ดขาด! ชวนเพื่อน หรือคนในครอบครัวมาช่วยกันหารความฟิน หรือถ้าซื้อมาแล้ว แบ่งใส่จานแยกไว้แค่ครึ่งเดียว ส่วนที่เหลือเก็บใส่ตู้เย็นไว้กินวันอื่น การลดขนาดส่วนแบ่ง (Portion Control) ช่วยแบ่งแคลอรี่ส่วนเกินไปได้ครึ่งหนึ่งทันทีโดยไม่ต้องอดใจ

5. ดื่มน้ำเปล่าให้ถึงเกณฑ์ระหว่างวัน (Drink more water)

บ่อยครั้งที่สมองสับสนระหว่าง "ความกระหายน้ำ" กับ "ความอยากน้ำตาล" ก่อนจะหยิบขนมเข้าปาก ลองดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วเต็มๆ แล้วรอสัก 10 นาที ถ้าความอยากของหวานลดลง แสดงว่าร่างกายแค่อ่อนเพลียหรือกระหายน้ำ นอกจากนี้การจิบน้ำบ่อยๆ ยังช่วยเร่งระบบเผาผลาญด้วย

6. ขยับตัวเบาๆ หลังมื้ออาหาร (Post-Meal Movement)

ทานของหวานเสร็จแล้วอย่านั่งนิ่งหรือนอนเล่นทันที ให้หาเรื่องขยับร่างกาย เช่น เดินย่อยเบาๆ 30 นาทีขึ้นไป หรือหลังจากพักให้ไปออกกำลังกาย กล้ามเนื้อจะช่วยดึงน้ำตาลในเลือดที่เพิ่งกินเข้าไปนำไปใช้เป็นพลังงานทันที ไม่เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมส่วนเกิน

“ขนมหวานทำให้ชีวิตมีรสชาติ แต่การดูแลสุขภาพ คือความสุขที่แท้จริง”

Moon Mam Story EP.11
International Dessert Day 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

แพ็กเกจและโปรโมชั่น

ดูทั้งหมด
โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

3,200 – 28,000 บาทรายละเอียด
โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยดิจิทัลแมมโมแกรม 3 มิติ พร้อมอัลตราซาวน์เต้านม (3D Tomosynthesis Mammogram with Breast Ultrasound)

โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยดิจิทัลแมมโมแกรม 3 มิติ พร้อมอัลตราซาวน์เต้านม (3D Tomosynthesis Mammogram with Breast Ultrasound)

โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยดิจิทัลแมมโมแกรม 3 มิติ พร้อมอัลตราซาวน์เต้านม เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป โรงพยาบาลนนทเวช

โปรแกรมฟอกสีฟัน FLASH Teeth Whitening

โปรแกรมฟอกสีฟัน FLASH Teeth Whitening

โปรแกรมฟอกสีฟัน FLASH Teeth Whitening

โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

หลงลืมบ่อย ความจำถดถอย อย่ามองข้าม โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (Dementia Screening) ตรวจความจำ ตรวจสมอง โดยแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนนทเวช

3,200 – 18,900 บาทรายละเอียด