บทความสุขภาพ

เช็ก!สัญญาณเตือน มะเร็ง ที่พบบ่อยในผู้หญิง
เผยแพร่13 กรกฎาคม 25691 นาทีในการอ่าน
แชร์

เช็ก!สัญญาณเตือน มะเร็ง ที่พบบ่อยในผู้หญิง

สุขภาพของผู้หญิง จำเป็นต้องดูแลเอาใส่ใจเป็นพิเศษในทุกช่วงวัย เพราะร่างกายของผู้หญิงมีลักษณะเฉพาะและมักมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การรู้ทันโรคร้ายจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ได้

โดยเฉพาะ“มะเร็ง” กลุ่มโรคที่เกิดจากเซลล์ของร่างกายแบ่งตัวมากผิดปกติ และจำนวนผู้ป่วยโรคนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี จากรายงานสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า 5 อันดับแรกของมะเร็งที่ตรวจพบมากที่สุดในเพศหญิง ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปอด และมะเร็งมดลูก

สัญญาณเตือนของโรคมะเร็ง

ในระยะแรกที่เซลล์มะเร็งมีจำนวนน้อย ร่างกายจะไม่แสดงอาการ แต่ถ้าหากมีสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองโรคมะเร็งหรือหาสาเหตุที่แน่ชัด เพื่อเข้ารับการรักษาที่ถูกต้องก่อนเซลล์มะเร็งจะลุกลาม

  1. ระบบขับถ่ายผิดปกติ เช่น ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ ปัสสาวะเป็นเลือด
  2. กลืนอาหารลำบาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด จุกเสียด แน่นท้องเป็นเวลานาน
  3. ไอเรื้อรัง หรือเสียงแหบ
  4. มีเลือดหรือสิ่งผิดปกติออกจากช่องคลอด เช่น มีตกขาวมากเกินไป
  5. แผลเรื้อรังที่รักษาไม่หาย
  6. มีการเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติของหูด ไฝ ปาน 
  7. มีก้อนหรือตุ่มเกิดขึ้นตามร่างกาย (โตเร็วผิดปกติ)

มะเร็งเต้านม

เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของผู้หญิงทั่วโลก การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ยังไม่แพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลือง และทเข้ารับการรักษา ทำให้มีโอกาสรอดชีวิตและหายขาดมากขึ้น ดังนั้น การหมั่นสังเกตตัวเองรวมถึงดูแลร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย หากพบความผิดปกติหรือมีอาการน่าสงสัย ควรรีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็วที่สุด

อาการของมะเร็งเต้านม

  • เจ็บบริเวณเต้านมแม้ไม่ใช่ช่วงที่มีประจำเดือน
  • คลำพบก้อนที่เต้านมหรือใต้รักแร้
  • ขนาดเต้านมและรูปทรงของเต้านมข้างใดข้างหนึ่งเปลี่ยนไป
  • ผิวหนังที่เต้านมบุ๋มลงไปคล้ายลักยิ้ม
  • ผิวบริเวณหัวนมหรือเต้านมมีสีแดงเป็นสะเก็ดหรือหนาขึ้น
  • ระคายเคืองผิวบริเวณหน้าอก มีผื่นคันบริเวณเต้านม
  • หัวนมบุ๋ม หัวนมผิดตำแหน่ง เช่น ยุบลงไปหรือถูกดึงรั้งไปทางอื่น
  • มีแผลบริเวณหัวนมแล้วรักษาไม่หาย
  • มีน้ำหรือของเหลวที่ไม่ใช่นมไหลออกจากหัวนม หรืออาจเป็นเลือด

ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม

  • เริ่มมีประจำเดือนก่อนอายุ 12 ปี หรือประจำเดือนหมดช้าหลังอายุ 55 ปี
  • ผู้หญิงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป
  • มีบุตรหลังอายุ 30 ปี หรือไม่เคยมีบุตร
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งเต้านม
  • รับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือโปรเจสเตอโรนติดต่อกันมากกว่า 5 ปี
  • มีการใช้ยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน
  • ภาวะอ้วน โดยเฉพาะหลังวัยหมดประจำเดือน

ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง การตรวจเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรม (Digital Mammogram) และการตรวจอัลตร้าซาวด์เต้านม (Breast Ultrasound) ร่วมกัน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม เนื่องจากคุณภาพสูง มีความสามารถในการตรวจที่ละเอียดกว่า โดยสามารถแยกก้อนเนื้องอกธรรมดาและก้อนเนื้อมะเร็งขนาดเล็กได้อย่างชัดเจน ภาพมีความคมชัดไม่ต้องตรวจซ้ำ นอกจากนี้ยังใช้ปริมาณรังสีน้อยกว่าเครื่องเอกซเรย์ทั่วไปอีกด้วย

มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งอันดับต้นๆ ที่คร่าชีวิตหญิงไทย สาเหตุสำคัญเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) สายพันธุ์เสี่ยงสูง ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อนี้อยู่ โดยเชื้อไวรัสจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงเนื้อเยื่อหรือเซลล์จากปากมดลูกปกติกลายเป็นเซลล์มะเร็ง เเละอาจลุกลามไปบริเวณรอบข้าง เช่น ผนังช่องคลอด เนื้อเยื่อข้างมดลูก ต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกราน เป็นต้น

อาการมะเร็งปากมดลูก

ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการผิดปกติหรือมีสัญญาณเตือนใดๆ แต่หากมะเร็งเริ่มลุกลามมากขึ้นจะพบความผิดปกติ ดังนี้

  • มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างมีประจำเดือน
  • มีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์
  • เลือดออกทางช่องคลอดหลังวัยหมดประจำเดือน
  • ประจำเดือนมาผิดปกติ มานานหรือมามากขึ้น
  • ปวดหน่วงท้องน้อยโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ตกขาวมากผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นหรือมีเลือดปน

ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก

  • มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
  • มีคู่นอนหลายคน
  • เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ
  • มีบุตรหลายคนหรือมากกว่า 3 คนขึ้นไป
  • สูบบุหรี่หรือคนรอบข้างสูบบุหรี่
  • รับประทานยาคุมกำเนิดนานกว่า 5 ปีขึ้นไป

นอกจากการลดปัจจัยเสี่ยงข้างต้นแล้ว ยังสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ด้วยการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ โดยการตรวจภายใน, PAP smear หรือ HPV Test เพื่อหาความผิดปกติ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 21 ปี ควรเข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

รวมถึงการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HPV ชนิดที่ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งชนิดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำให้ฉีดวัคซีนในผู้หญิงอายุ 9-26 ปี และจะได้ประโยชน์มากที่สุดถ้าฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ส่วนผู้ชายแนะนำให้ฉีดตั้งแต่อายุ 11-15 ปีขึ้นไป เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV ไม่ให้เป็นพาหะนำเชื้อไปสู่คู่นอน ป้องกันการติดเชื้อ HPV และลดโอกาสการเกิดโรคหูดหงอนไก่ด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

แพ็กเกจและโปรโมชั่น

ดูทั้งหมด
โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

3,200 – 28,000 บาทรายละเอียด
โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

หลงลืมบ่อย ความจำถดถอย อย่ามองข้าม โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (Dementia Screening) ตรวจความจำ ตรวจสมอง โดยแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนนทเวช

3,200 – 18,900 บาทรายละเอียด
โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

ตรวจสอบค่าบริการฟอกเลือดไตเทียม (Hemodialysis) พร้อมรายละเอียดสิทธิการรักษา สิทธิราชการ ประกันสังคม และบริการฉุกเฉิน ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง แผนกไตเทียม โรงพยาบาลนนทเวช

2,200 – 3,300 บาทรายละเอียด
โรงพยาบาลนนทเวช - เช็ก!สัญญาณเตือน มะเร็ง ที่พบบ่อยในผู้หญิง | โรงพยาบาลนนทเวช