โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รักษาหายไหม ?
จากการรายงานสถิติขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในปี 2563 พบว่า “กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด” คือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของทั่วโลก สำหรับประเทศไทย จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2565 พบการเสียชีวิตของคนไทยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากถึง 7 หมื่นราย เฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คน และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี สาเหตุเกิดจากหลอดเลือดไปเลี้ยงที่หัวใจตีบตัน (ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข)
สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
- เจ็บแน่นหน้าอก จะเป็นแบบ แน่นๆ หนักๆ เหมือนมีอะไรมากดทับ&รัด บริเวณทรวงอกด้านหน้า อาจมีร้าวไป กราม คอ ไหล่ ต้นแขนซ้ายได้ เป็นได้ทั้งตอนอยู่เฉยๆ หรือออกกำลังกาย หรือมีภาวะตึงเครียด อาจมีเหงื่อแตกร่วมด้วย ส่วนอาการเจ็บหน้าอกแบบ จี๊ดๆ แปล๊บๆ เหมือนเข็มแทง หายใจเจ็บ หายใจไม่ออก มักเป็นจากสาเหตุอื่น
- เหนื่อยง่ายกว่าปกติ เทียบกับคนปกติหรือสิ่งที่ตัวเองเคยทำเป็นประจำ ซึ่งไม่เคยเหนื่อย เช่น เคยเดินขึ้นสะพานลอยได้ กลายเป็นเดินขึ้นไม่ไหว ต้องพักก่อน
- วูบ หมดสติ ไม่รู้สึกตัว เป็นอาการแสดงสำคัญที่ต้องลำดับต่อว่า เป็นโรคหัวใจหรือโรคทางสมอง หรืออื่นๆ
ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
- อายุที่มากขึ้น โดยกลุ่มเสี่ยงอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
- เพศ โดยเพศชายจะมีโอกาสเป็นได้มากกว่าเพศหญิง
- การสูบบุหรี่ ความเครียด
- การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
- ไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักมากหรืออ้วน
การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ
- การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) : เป็นการวินิจฉัยโรคหัวใจเบื้องต้น ด้วยการตรวจกระแสไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อหัวใจผลิตออกมาขณะที่หัวใจบีบตัว โดยคลื่นไฟฟ้าจะช่วยบอกจังหวะการเต้นของหัวใจ อัตราการเต้นของหัวใจ บอกขนาดห้องหัวใจ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนา กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจตาย
- การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiography) : เป็นการตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง (Echocardiography) ด้วยหลักการสะท้อนกลับของคลื่นสียงความถี่สูงซึ่งจะส่งผ่านผนังทรวงอกไปถึงหัวใจโดยหัวตรวจชนิดพิเศษ ช่วยในการวินิจฉัยโรค พยากรณ์โรค ตรวจหาความรุนแรง และติดตามผลการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคหัวใจแต่กกำเนิด โรคลิ้นหัวใจพิการ โรคกล้ามเนื้อใจพิการ โรคของเยื่อหุ้มหัวใจ
- การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test) : การตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีนี้จะช่วยบอกได้ว่ามีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบซ่อนเร้นอยู่หรือไม่ โดยทดสอบเดินบนเครื่องออกกำลังกายให้หัวใจทำงานเต็มที่ และดูการเปลี่ยนแปลงของกราฟหัวใจเมื่อมีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นผลจากภาวะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดหัวใจตีบนั่นเอง
- การบันทึกคลื่นหัวใจ 24 ชั่วโมง รวมถึงการเฝ้าระวังความผิดปกติ (Holter Monitering ECG) : เป็นการติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง ไว้กับตัวท่านสามารถกลับไปพักที่บ้าน หรือทำงานได้ตามปกติ เพื่อตรวจดูลักษณะของคลื่นหัวใจในขณะผู้ป่วยมีอาการผิดปกติหรือคลื่นหัวใจที่ผิดปกติแม้จะไมมีอาการภายในช่วงเวลา 24-48 ชั่วโมง โดยอาการตรวจนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อาจจะมีปัญหาใจสั่นผิดปกติเป็นครั้งคราว หน้ามืดคล้ายจะเป็นลมอยู่เสมอ เวียนศีรษะ ใจเต้นแรงผิดปกติเป็นประจำแต่บางครั้งขณะมาพบแพทย์อาการดังกล่าวไม่ปรากฏ
- การศึกษาคลื่นไฟฟ้าภายในหัวใจ (หัวใจเต้นผิดจังหวะ)
- การวินิจฉัยโดยการสวนหัวใจ
- การฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ (การสวนหัวใจ)
- การฉีดสีดูหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง
- การฉีดสีดูหลอดเลือดเลี้ยงแขนขา
การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน มีวิธีการอย่างไร ?
- การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต
- ใช้ยา เพื่อควบคุมโรคหัวใจหรือปัจจัยเสี่ยง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเภทของโรคหัวใจ
- การรักษาด้วยหัตถการหลอดเลือดหรือการผ่าตัด ได้แก่
- การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด
- การขยายหลอดเลือดหัวใจที่ตีบด้วยบอลลูน
- การผ่าตัดบายพาสเส้นเลือดหัวใจ
FAQs
Q : หลอดเลือดหัวใจตีบน่ากลัวไหม ?
A : มีคนไข้ส่วนหนึ่งที่ไม่มีอาการใดๆ เลย แต่ตรวจพบตอนมาตรวจสุขภาพ หรือบางรายไปออกกำลังกาย อยู่ๆ ก็วูบหมดสติไป ถึงได้รู้ว่าเป็นโรคหัวใจ เพราะฉะนั้น อย่าชะล่าใจว่าสบายดี ไม่เป็นโรคหัวใจ โดยเฉพาะคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวาน มีโอกาสไม่แสดงอาการมากกว่าคนปกติ (เพราะเส้นประสาทรับรู้เสียไป / เสื่อมลง ทำให้ความรู้สึกเจ็บน้อยลง หรือชาไม่เจ็บเลย)
Q : จะทราบได้อย่างไรว่า...มีเรามีความเสี่ยงโรคหัวใจในอนาคต ?
A : CT Calcium Score เป็นการตรวจปริมาณแคลเซียมที่ผนังของหลอดเลือดหัวใจ โดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ตรวจคัดกรองระดับหินปูนที่เกาะบริเวณหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เพื่อประเมินภาวะการอุดตันของหลอดเลือด ก่อนที่จะมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลันซึ่งมีโอกาสเสียชีวิตสูง หรือประเมินแนวโน้มโอกาสในการที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคต สามารถตรวจได้ทันที ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ใช้เวลาน้อย ไม่เจ็บ ไม่ต้องฉีดสารทึบแสง
ขอบคุณข้อมูลจาก
นพ.เรย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน
อายุแพทย์โรคหัวใจ
ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด








