บทความสุขภาพ

ไข้หวัดใหญ่... โรคภัยยุคใหม่อยู่ใกล้ตัว
เผยแพร่13 กรกฎาคม 25691 นาทีในการอ่าน
แชร์

ไข้หวัดใหญ่... โรคภัยยุคใหม่อยู่ใกล้ตัว

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว พบได้ตลอดปีโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว  ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส  Influenza Virus มีหลายสายพันธุ์ แบ่งออกได้เป็นประเภท  A และ B ซึ่งมีความรุนแรงของโรคใกล้เคียงกัน และเป็นลักษณะภูมิต้านทานแต่ละประเภทเฉพาะตัว ไม่สามารถป้องกันข้ามสายพันธุ์ได้

ลักษณะการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่

เนื่องจากมีระยะฟักตัวสั้น หมายความว่ารับเชื้อแล้วเป็นเร็ว ทำให้ติดต่อง่ายและรวดเร็ว มีระยะฟักตัว 1-2 วัน แต่ผู้รับเชื้ออาจมีอาการนานเป็นสัปดาห์ และมีความรุนแรงมากต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด โดยมีไข้สูง 39 – 40  องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ อ่อนเพลียมาก ปวดเมื่อยตามร่างกาย เบื่ออาหาร ซึม     ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง จนอาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

การแพร่เชื้อ

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ติดต่อง่ายโดยการหายใจเอาเชื้อไวรัสจากสิ่งคัดหลั่ง เช่น น้ำมูกหรือเสมหะ หรือการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อน และนำเข้าระบบทางเดินหายใจ

อาการ

ของไข้หวัดใหญ่จะปรากฏแล้วหลังจากรับเชื้อประมาณ 1-3 วัน ผู้ป่วยที่มีอาการสงสัยว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษา ไม่ควรซื้อยากินเองเพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนและแพร่กระจายเชื้อไวรัสให้กับคนใกล้ชิด

การรักษา

ถ้าหากมีอาการรุนแรงมากและอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรรักษาในโรงพยาบาลและให้ยาฆ่าเชื้อไวรัส ปัจจุบันมียาฆ่าเชื้อไวรัสที่ได้ผลดี เช่น Oseltamivir (Tamiflu) แต่ควรใช้โดยการกำกับดูแลของแพทย์ และกินยาให้ครบตามแพทย์สั่ง ปกติจะกินจนครบ 5 วัน ทุกอายุ ทุกเพศ ทุกสายพันธุ์

การป้องกัน

สามารถป้องกันได้โดยสุขอนามัยพื้นฐาน  เช่น ล้างมือ ใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกในกรณีผู้ป่วย หากอยู่ในภาวะเสี่ยงก็สามารถป้องกันโดยการฉีดวัคซีน ปัจจุบันมีวัคซีนครอบคลุมได้ 4 สายพันธุ์ ซึ่งสามารถป้องกันโรคได้ดียิ่งขึ้น และต้องได้รับวัคซีนทุกปี

ปัจจุบันทางองค์กรอนามัยโลก (WHO)  มีการประกาศใช้ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2 ชนิด คือ แบบ Northern และ Soulthern ซึ่งบางทีพบว่าเหมือนกันบ้าง ไม่เหมือนกันบ้าง ทำให้การฉีดวัคซีนอาจจะไม่สามารถป้องกันได้ครบทุกสายพันธุ์ และในคนที่มีความเสี่ยงสูง หรือ คนที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ เช่น ในคนที่อายุมากกว่า 65 ปี อาจจะมีความจำเป็นต้องได้รีบวัคซีนมากกว่า 1 เข็มต่อปี โดยจะพิจารณาให้วัคซีนปีละ 2 ครั้ง ทั้ง Northern และ Soulthern คือ ประมาณเดือน มีนาคม-เมษายน และ ตุลาคม-พฤศจิกายน เพื่อให้ระดับภูมิต้านทานสามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ครบครอบคลุมสายพันธุ์และตลอดปี

บุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง มีดังต่อไปนี้

  1. ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  2. ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก
  3. หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป
  4. เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน โดยเฉพาะเด็กในวัยเรียน
  5. บุคลากรที่ต้องสัมผัสกับบุคคลข้างต้น เช่น ผู้เลี้ยงดูผู้สูงอายุ ผู้เลี้ยงดูเด็ก บุคลากรทางการแพทย์ ครูที่มีหน้าที่สอนนักเรียน

เนื่องจากเชื้อไข้หวัดมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ในแต่ละปี โดยไม่สามารถมีการป้องกันข้ามสายพันธุ์ได้ จึงจำเป็นต้องฉีดยาทุกปี เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ โรงพยาบาลนนทเวช พร้อมให้บริการ ปรึกษา รักษา ด้วยเครื่องมือทันสมัยและบุคลากรที่เชี่ยวชาญ          

ขอบคุณข้อมูล
นพ.วีระกิจ หิรัญวิวัฒน์กุล
กุมารแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

แพ็กเกจและโปรโมชั่น

ดูทั้งหมด
โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

3,200 – 28,000 บาทรายละเอียด
โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

หลงลืมบ่อย ความจำถดถอย อย่ามองข้าม โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (Dementia Screening) ตรวจความจำ ตรวจสมอง โดยแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนนทเวช

3,200 – 18,900 บาทรายละเอียด
โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

ตรวจสอบค่าบริการฟอกเลือดไตเทียม (Hemodialysis) พร้อมรายละเอียดสิทธิการรักษา สิทธิราชการ ประกันสังคม และบริการฉุกเฉิน ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง แผนกไตเทียม โรงพยาบาลนนทเวช

2,200 – 3,300 บาทรายละเอียด
โรงพยาบาลนนทเวช - ไข้หวัดใหญ่... โรคภัยยุคใหม่อยู่ใกล้ตัว | โรงพยาบาลนนทเวช