โรคงูสวัด ผื่นร้าย ที่ไม่ควรมองข้าม
โรคงูสวัด (Herpes zoster)
เป็นโรคติดเชื้อทางผิวหนังชนิดหนึ่ง เกิดจากเชื้อไวรัส VZV (Varicella-Zoster Virus) ทำให้เกิดผื่นแดงหรือตุ่มใสเป็นแนวยาวตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น ใบหน้า หนังตา คอ แขน ลำตัว ตลอดจนรอบๆ เอว แต่จะมีลักษณะการขึ้นเพียงซีกหนึ่งซีกใดของร่างกายเท่านั้น แต่ในบางรายเม้ว่าอาการที่ผิวหนังขะหายไปแล้วก็ตาม อาจยังคงมีการเจ็บอย่างต่อเนื่องอีกนานเป็นเดือน ซึ่งเชื้ออาจจะหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทตามไขประสาท ทำให้เส้นประสาทอักเสบ ซึ่งเมื่อร่างกายอ่อนแอหรือภูมิคุ้มกันลดลงโดยเฉพาะคนที่อายุ 50 ปีขึ้นไป การฟื้นตัวของเส้นประสาทมักจะใช้เวลานาน มีโอกาสเป็นซ้ำได้อีก หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงตามมาได้
สังเกตอาการ
โรคงูสวัด คุณสามารถสังเกตอาการได้ดังนี้
- มีไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย
- มีผื่นแดงหรือตุ่มใสเป็นแนวยาวๆ ตามอวัยวะต่างๆ เช่าน ตามใบหน้า หนังตา ถอ แขน ลำตัว หรือรอบๆ เอว
- มีอาการคันและปวดแสบ ปวดร้อน เป็นพักๆ ตรงบริเวณที่เกิดผื่นแดง
- หากสังเกตพบว่ามีผื่นขึ้นบริเวณจุดสำคัญ เช่น ใบหน้า ตา ควรปรึกษาแพทย์
สำหรับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องแล้วเป็นโรคนี้ เชื่อไวรัสอาจแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย อวัยวะภายใน และระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้อาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
การรักษา
อย่าเสียเวลารักษาโดยสมุนไพร หรือแพทย์แผนโบราณอื่นๆ เพราะจะทำให้เสียโอกาสการรักษาอย่างทันท่วงทีไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะกรณีที่เป็นบริแวณใบหน้าหรือบริเวณตา ซึ่งควรให้ยาต้านไวรัสอย่างเร็วที่สุด
การรักษาโดยยาต้านไวรัสในปัจจุบันมียาต้านเชื้อไวรัสที่ได้รับรองจกาแพทย์แผนปัจจุบันให้เป็นการรักษาตามมาตรฐานสากล คือ Acyclovir, Valacyclovir, Famciclovir เพื่อช่วยระงับอาการปวด และลดระยะเวลาของอาการของโรค แต่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วจึงจะได้ผลดี โดยเฉพาะภายใน 48-72 ชั่วโมงหลังจากมีอาการ
การป้องกัน
ปัจจุบันประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดซึ่งควรได้รับการฉีดในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นงูสวัด บุคคลที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือผู้ป่วยที่เคยเป็นงูสวัดมาแล้ว ก็ควรได้รับการฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ โดยฮีดเพียงเข็มเดียว การฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดจะป้องกันโรคสุกใสได้อีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก
นพ.วีระกิจ หิรัญวิวัฒน์กุล








