บทความสุขภาพ

ดูแลตัวเองอย่างไร...ห่างไกลโรคกระดูกพรุน
เผยแพร่13 กรกฎาคม 25692 นาทีในการอ่าน
แชร์

ดูแลตัวเองอย่างไร...ห่างไกลโรคกระดูกพรุน

ภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือโรคที่ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกน้อยลงจากการสะสมกระดูกน้อยเกินไปในขณะที่กำลังเจริญเติบโต หรือมีการสูญเสียมวลกระดูกอย่างมากหลังจากเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ทำให้กระดูกเปราะบางไม่สามารถรับน้ำหนักและแตกหักตามมา อาจเกิดมาจาก 2 ปัจจัย คือ พันธุกรรมและการดำเนินชีวิตที่มีผลต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุนได้เร็วขึ้น โดยปกติมักพบมากในเพศหญิง แต่เพศชายสามารถพบได้ 20 เปอร์เซ็นต์ โรคนี้ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในวัยกลางคนและผู้สูงอายุ แต่ก็สามารถพบได้ในวัยหนุ่มสาว

เพราะ ภาวะกระดูกพรุน ระยะแรก “ไม่มีอาการ” รู้ได้ด้วยการตรวจมวลกระดูกหรือการตรวจความหนาแน่นมวลกระดูก (Bone Mineral Density : BMD) ซึ่งการเอกซเรย์ธรรมดาไม่สามารถจะใช้ตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกได้ และอันตรายมากยิ่งขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุกระดูกหัก

ภาวะกระดูกพรุน ...ใครบ้างที่ควรตรวจ

  • ผู้หญิงที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป / ผู้ชายอายุ 55 ปีขึ้นไป
  • ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
  • ผู้หญิงที่เคยได้รับการผ่าตัดรังไข่ออกทั้งสองข้างก่อนหมดประจำเดือน
  • เคยมีประวัติกระดูกหัก
  • ปวดเอว และปวดคอเรื้อรัง

ดูแลตัวเองอย่างไร...ห่างไกล โรคกระดูกพรุน

อาหารป้องกัน “โรคกระดูกพรุน” ปริมาณแคลเซียมที่เหมาะสมของแต่ละช่วงอายุมีดังนี้

ช่วงอายุ ( ปี )ปริมาณแคลเซียมที่เหมาะสม (มก./วัน)
เด็ก (1-9 ปี)800
วัยรุ่น (10-19 ปี)1,200
ผู้ใหญ่ (20-60 ปี)800
หญิงมีครรภ์และให้นมบุตร1,200
หญิงวัยหมดประจำเดือน1,000
วัยสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป)800

แนวทางการรับประทานอาหารเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน

  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และแต่ละหมู่ควรหลากหลาย
  2. ดื่มนมร่วมกับการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเป็นประจำทุกวัน (ปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายต้องการประมาณ 800–1200 มิลลิกรัม/วัน)
    • นมรสจืดเหมาะกับวัยเด็กและวัยรุ่นในปริมาณ 2-3 แก้ว(กล่อง)/วัน
    • นมพร่องมันเนยหรือนมขาดมันเนยเหมาะกับวัยผู้ใหญ่หรือสูงอายุในปริมาณ 1-2 แก้ว(กล่อง)/วัน
    • ผู้ที่มีปัญหาการย่อยโปรตีนในนม (ดื่มนมแล้วท้องอืด ท้องเสีย) ควรเลือกรับประทานโยเกิร์ต งาดำ หรืออาหารที่มีแคลเซียมสูงทดแทน
  3. รับประทานผักและผลไม้สดเป็นประจำทุกมื้อ
  4. ควรรับประทานปลาเป็นประจำ เพราะมีวิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดี
  5. หลีกเลี่ยง การดื่มชา กาแฟ เพราะทำให้ขับแคลเซียมออกนอกร่างกายมากขึ้น
  6. ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 3-5 ครั้ง/สัปดาห์ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที โดยเลือกวิธีการออกกำลังกายให้เหมาะกับภาวะร่างกาย เพื่อช่วยในการดูดซึมแคลเซียมไปใช้ในร่างกาย

ตัวอย่างแหล่งอาหารที่มีแคลเซียมสูง

กลุ่มอาหารตัวอย่างอาหารข้อเสนอแนะ
1. นมและผลิตภัณฑ์นมจืด,นมพร่องมันเนย,นมขาดมันเนย,โยเกิร์ต เนยแข็งผู้ใหญ่และผู้สูงอายุควรดื่มนม วันละ1-2 แก้ว
2. ปลาและสัตว์เล็กอื่นๆที่สามารถกินได้ทั้งกระดูกหรือเปลือกปลาซิว ปลาเกล็ดขาว ปลาข้าวสาร ปลาเล็กปลาน้อย ปลาไส้ตัน ปลาซาร์ดีนกระป๋อง กุ้งฝอย กุ้งแห้งผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจหรือโรคไตควรระวังการบริโภคอาหารที่มีรสเค็มจัด หรือมีการหมักด้วยเกลือในปริมาณมากเพราะจะทำให้ความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น
3. ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์เต้าหู้ใบตอง เต้าหู้หลอดขาว เต้าหู้แผ่น เต้าฮวยน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลือง มีปริมาณแคลเซียมน้อยจึงไม่ใช่แหล่งแคลเซียมที่ดี แต่น้ำเต้าหู้มีสารอาหารอื่นที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีนจากถั่วเหลือง ช่วยลดโคเลสเตอรอล และมีสารไพโตเอสโตรเจนที่ช่วยยับยั้งการสูญเสียมวลกระดูก ช่วยชะลอภาวะหมดประจำเดือน ลดอัตราเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง
4.ผักใบเขียวผักกาดเขียว ผักกวางตุ้ง ผักคะน้าผักบางชนิดแม้จะมีแคลเซียมสูง แต่มีปริมาณสารไฟเตต และออกซาเลตสูงด้วย เช่น ใบชะพลู ผักโขม ปวยเล้ง จึงควรผ่านวิธีการหุงต้มก่อน

ตัวอย่างปริมาณแคลเซียมในอาหาร

ชนิดอาหารปริมาณอาหารที่บริโภคปริมาณแคลเซียม (มิลลิกรัม)
นมจืด1 กล่อง (200 มิลลิลิตร)226
นมพร่องมันเนย1 กล่อง (200 มิลลิลิตร)246
โยเกิร์ตรสต่างๆ1 ถ้วย (150 กรัม)160
นมเปรี้ยวพร้อมดื่มรสต่างๆ1 กล่อง (180 มิลลิลิตร)106
ปลาตัวเล็ก2 ช้อนโต๊ะ226
ปลาซาร์ดีนกระป๋อง4 ช้อนโต๊ะ198
กุ้งฝอย,ดิบ1 ช้อนโต๊ะ134
กุ้งแห้ง1 ช้อนโต๊ะ138
เต้าหู้อ่อน5 ช้อนโต๊ะ150
เต้าหู้แผ่น2 ช้อนโต๊ะ32
ผักคะน้า สุก1 ทัพพี71
ผักกาดเขียว สุก1 ทัพพี96
ผักกวางตุ้ง สุก1 ทัพพี60
ผักกาดขาว สุก1 ทัพพี49
ใบยอ สุก1/2 ทัพพี87
ใบกระเพรา สุก3 ช้อนโต๊ะ61
งาดำ1 ช้อนโต๊ะ (10 กรัม)145

โรคกระดูกพรุน ...มีวิธีการรักษาอย่างไร

เราสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุนได้ด้วยตนเอง ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิต ดังนี้

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช้แรงหักโหมจนเกิดความเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อกระดูกและร่างกาย
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ตามโภชนาการที่ร่างกายควรได้รับ บริโภคโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม
  • รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรดสูงและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชาหรือกาแฟ ไม่สูบบุหรี่
  • ระมัดระวังในการใช้ยา โดยเฉพาะยากลุ่มสเตียรอยด์ที่ต้องใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

ร่วมกับการใช้ยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยพิจารณาจากสาเหตุของการเกิดโรคกระดูกพรุน และความเสี่ยงของภาวะกระดูกหัก

โปรแกรมการฉีดยากระดูกพรุนเพื่อรักษาโรคกระดูกพรุน

ยาฉีดเพื่อรักษาโรคกระดูกพรุน มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก ใช้ในการรักษาโรคกระดูกพรุน โดยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำปีละ 1 ครั้ง ใช้ระยะเวลาในการรักษา 3-6 ปี

  • การฉีดยา รักษาโรคกระดูกพรุน ช่วยลดโอกาสการเกิดกระดูกหลังหัก ภายใน 3 ปี ได้ 70%
  • การฉีดยา รักษาโรคกระดูกพรุน ช่วยลดโอกาสการเกิดกระดูกสะโพกหัก ภายใน 3 ปี ได้ 41%

ตรวจเช็คสุขภาพกระดูกของท่านตั้งแต่วันนี้...ด้วยโปรแกรมตรวจเช็คสุขภาพกระดูกด้วยการตรวจความหนาแน่นมวลกระดูก 2 ส่วน (ส่วนสะโพกและสันหลัง) ด้วยโปรแกรมตรวจเช็คสุขภาพกระดูก หรือนัดหมายแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา เพื่อลดอาการปวด เสริมความแข็งแรง ป้องกันการหักและชะลอการสลายของมวลกระดูกด้วยโปรแกรมแกรมฉีดยารักษาโรคกระดูกพรุน ที่ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนนทเวชศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนนทเวช ยินดีให้คำแนะนำและให้การรักษาอย่างมืออาชีพ ด้วยทีมศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์เฉพาะทาง ร่วมกับวิสัญญีแพทย์ และทีมสหสาขาวิชาชีพทั้งพยาบาล นักกายภาพบำบัด และเภสัชกร

ขอบคุณข้อมูลจาก
นพ.ชัชวาล ปิยะวรรณสุทธิ์
ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์กระดูกสันหลัง
ศูนย์กระดูกและข้อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

แพ็กเกจและโปรโมชั่น

ดูทั้งหมด
โปรแกรมฝึกสมรรถภาพสมอง ฝึกความจำ สมาธิ และการตอบสนอง

โปรแกรมฝึกสมรรถภาพสมอง ฝึกความจำ สมาธิ และการตอบสนอง

ฝึกความจำ สมาธิ การคิดวิเคราะห์ และการประสานงานระหว่างสมองกับร่างกาย ผ่านกิจกรรมและอุปกรณ์ฝึก ภายใต้การดูแลของนักกิจกรรมบำบัด โรงพยาบาลนนทเวช มีรูปแบบการฝึก 30 และ 50 นาที ราคา 800–1,900 บาทต่อครั้ง

800 – 1,900 บาทรายละเอียด
สูงวัยอย่างมั่นใจ ใส่ใจสุขภาพ 6 ด้านสำคัญ

สูงวัยอย่างมั่นใจ ใส่ใจสุขภาพ 6 ด้านสำคัญ

ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักเมื่ออายุเพิ่มขึ้น กับโปรแกรมตรวจคัดกรองและฟื้นฟูสุขภาพ 6 ด้าน ทั้งดวงตา สมองและระบบประสาท กระดูก ระบบทางเดินปัสสาวะ การทรงตัว และการกลืน ที่โรงพยาบาลนนทเวช ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน–31 ธันวาคม 2569

12,000 – 23,000 บาทรายละเอียด
โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก Hot Deal

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก Hot Deal

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก Hot Deal

15,300 – 28,900 บาทรายละเอียด
โปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงเฉพาะทาง

โปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงเฉพาะทาง

โปรแกรมคัดกรองความเสี่ยงเฉพาะทาง 7 ระบบ

1,900 – 4,500 บาทรายละเอียด