บทความสุขภาพ

โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)
เผยแพร่13 กรกฎาคม 25691 นาทีในการอ่าน
แชร์

โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)

โรคนอนไม่หลับเป็นปัญหาที่พบได้ทุกวัย ทุกอายุ เกิดขึ้นได้บ่อยตามข้อมูลการศึกษาพบได้ถึง ร้อยละ30-35 ของผู้ใหญ่ พบภาวะดังกล่าวได้บ่อยในวัยผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยที่มีปัญหาเจ็บป่วยทางร่างกายหรือจิตใจ  ผู้ป่วยจะมีปัญหานอนไม่หลับทั้งๆที่มีโอกาสเพียงพอสำหรับการนอน  ผลของการนอนไม่หลับทำให้ร่างกายเกิดความอ่อนเพลีย, ปวดศีรษะ, จิตใจเกิดความกังวลหรือมีผลต่อการคิดการตัดสินใจและการทำงานในช่วงกลางวัน

โรคนอนไม่หลับสามารถแบ่งได้หลายประเภทตามลักษณช่วงเวลาของการนอนไม่หลับ

  1. Initial insomnia คือภาวะที่ผู้ป่วยมีปัญหานอนหลับยากใช้เวลานอนนานกว่าจะหลับภาวะดังกล่าวอาจสัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวล
  2. Maintinance insomnia คือภาวะที่ผู้ป่วยไม่สามารถนอนหลับได้ยาวมีการตื่นกลางดึกบ่อยภาวะดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาทางกาย เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น
  3. Terminal insomnia คือภาวะที่ผู้ป่วยตื่นเร็วกว่าเวลาที่ควรจะตื่นอาจพบได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้า

นอกจากนี้ถ้าแบ่งตามระยะเวลาที่เกิดโรคจะแบ่งได้สองกลุ่มคือ

  • Adjustment insomnia (โรคการนอนไม่หลับจากการปรับตัว) ซึ่งผู้ป่วยมักเป็นฉับพลันตามหลังสถานการณ์ เช่นความเครียด, การเจ็บป่วย, ปัญหาวิตกกังวล, สถานที่นอนหรือสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
  • Chronic insomnia (โรคการนอนไม่หลับเรื้อรัง) ผู้ป่วยจะมีภาวะนอนไม่หลับอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์และเป็นมาอย่างน้อย 3 เดือน

อาการของผู้ป่วยที่มีภาวะนอนไม่หลับ

  1. อ่อนเพลีย
  2. ไม่สามารถมีสมาธิกับการทำงาน, ความจำเปลี่ยนแปลง
  3. ความสามารถในการทำงานลดลง
  4. อารมณ์หงุดหงิดกระสับกระส่าย
  5. ง่วงนอนเวลากลางวัน
  6. ขาดพลังในการใช้ชีวิตอ่อนเพลีย
  7. การเกิดอุบัติเหตุ
  8. กังวลเกี่ยวกับปัญหาการนอนที่เกิดขึ้น

ปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุของภาวะนอนไม่หลับ

  1. ปัญหาความเครียด
  2. ภาวะความผิดปกติของการหลับเช่น ภาวะขาอยู่ไม่สุข ( Restless legs syndrome)
  3. ภาวะเจ็บป่วยทางกาย เช่นภาวะปวด,เหนื่อย, กรดไหล่ย้อน
  4. ภาวะทางจิตใจ เช่นภาวะซึมเศร้า,ภาวะวิตกกังวล
  5. ภาวะกังวลว่าจะนอนไม่หลับ (psychophysiological insomnia)
  6. การใช้ยาหรือสารบางอย่าง เช่นยาแก้หวัด, ยาลดน้ำหนัก,ยาแก้หอบหืด, ยาต้านซึมเศร้า, เครื่องดึมที่มีคาเฟอีน,นิโคตินและแอลกอออล์
  7. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่นเสียงหรือแสงที่มารบกวน, อุณหภูมิห้องที่ไม่เหมาะสม
  8. ปัญหาการทำงานเป็นกะ (shift work)

การวินิจฉัยโรค

อาศัยการซักประวัติเกี่ยวกับการนอนหลับ, สภาวะร่างกายและจิตใจ ร่วมถึงการประเมินสาเหตุอื่นๆข้างต้น นอนจากนี้การทำแบบบันทึกการนอน (sleep diary) สามารถทำให้ทราบถึงลักษณะการนอนเวลาหลับ เวลาตื่นที่ผิดปกติได้

การรักษา

การรักษาโดยไม่ใช้ยา : การสร้างสุขอนามัยที่ดีของการนอน (sleep hygiene)

  1. เข้านอนตรงเวลาและตื่นตรงเวลาเป็นประจำในเวลาใกล้เคียงกันทุกวันทั้งวันธรรมดาและวันหยุด
  2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นประจำโดยแนะนำการออกกำลังกายแบบแอโรบิค ไม่ควรออกกำลังกายก่อนเวลานอน 2 ชั่วโมง
  3. สร้างบรรยากาศห้องนอนที่เหมาะสมโดยมีความเงียบสงบและไม่ร้อนไปหรือหนาวไป
  4. ควรปิดไฟขณะนอนหลับ
  5. ใช้เตียงนอนสำหรับการนอนหรือกิจกรรมทางเพศเท่านั้น
  6. ก่อนเวลานอนซัก 1 ชั่วโมงควรผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลงสบายๆ, อ่านหนังสือ, นั่งสมาธิ
  7. ไม่ควรทำกิจกรรมที่ผลทำให้ตื่นเต้นก่อนนอน เช่น เล่นอินเตอร์เนต, เล่นเกมส์
  8. ไม่ควรดื่มชา,กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนการนอน
  9. ไม่ควรทานอาหารมื้อใหญ่ อย่างน้อย 4 ชม. ก่อนการนอนหลับ
  10. สามารถนอนงีบได้ในเวลากลางวันโดยงีบไม่เกิน 20 นาทีและไม่ควรงีบหลับหลังบ่ายสามโมง
  11. ระหว่างนอนหลับไม่ควรดูนาฬิกาเนื่องจากจะทำให้เกิดความกังวล
  12. ไม่ควรดื่มน้ำมากกว่า 1 แก้วก่อนนอนและแนะนำให้ปัสสาวะก่อนเข้านอน
  13. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อช่วยให้หลับ
  14. หลีกเลี่ยงเลี่ยงแสงจ้าในตอนเย็นและพยายามรับแสงในตอนเช้า

หลีกเลี่ยงการดูนาฬิกาในระหว่างการนอนเนื่องจากทำให้กังวล

  • การควบคุมสิ่งเร้า (Stimuli control) การควบคุมสิ่งเร้าเพื่อให้ห้องนอนมีแรงจูงใจในการนอนหลับ เช่น ไม่ควรทำกิจกรรมอื่นนอกจากการนอนหรือมีเพศสัมพันธ์บนเตียง,งดนอนบนเตียงถ้ายังไม่ง่วง,ลุกออกจากเตียงเมื่อผ่านไปแล้ว 20 นาทีถ้ายังไม่หลับและทำกิจกรรมเบาๆ นอกเตียง, ลุกจากเตียงเมื่อตื่นนอนตอนเช้าแล้วในเวลาที่สม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการงีบหลับกลางวัน เป็นต้น
  • การสร้างความผ่อนคลาย (Relaxation) เป็นการสร้างความผ่อนทั้งทางร่างกายและจิตใจเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การนอนหลับ เช่น การนั่งสมาธิ, ฟังเพลงบรรเลง, ฝึกกำหนดลมหายใจ เป็นต้น
  • การปรับความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy for Insomnia/CBTi) เราเชื่อว่าความคิดที่เกิดขึ้นมีผลต่อพฤติกรรมและอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงด้วยเหตุนี้เองการเปลี่ยนแปลงความคิดหรือความเชื่อที่ไม่ถูกต้องบางอย่างจะมีผลทำให้พฤติกรรมการนอนหลับดีขึ้น และที่สำคัญผู้ป่วยจะมีภาวะความกังวลกับการหลับลดลง อาทิ เช่น  ความเชื่อที่ว่าต้องนอนหลับ 8 ชั่วโมงต่อวัน, การหลับได้เยอะทำให้ร่างกายแข็งแรง เป็นต้น

การรักษาภาวะนอนไม่หลับโดยใช้ยา ประกอบไปด้วยยากลุ่มต่างๆดังต่อไปนี้

1. Benzodiazepine

กลุ่มยาดังกล่าวเป็นกลุ่มยาที่ใช้บ่อยในเวชปฏิบัติ ถ้าแบ่งคร่าวๆ จะเเบ่งเป็นกลุ่มที่ออกฤทธิ์สั้นและออกฤทธิ์ยาว สำหรับกลุ่มที่ออกฤทธิ์สั้น ได้แก่  lorazepan, triazolam ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่นอนหลับยากในช่วงแรก (initial insomnia) อย่างไรก็ตามการใช้ยากลุ่มนี้ที่ออกฤทธิ์เร็วเช่น Alprazolam, Midazolam  อาจเกิดการขาดยาได้ง่ายจึงถอนยาออกได้ยาก โอกาสติดยาสูง จึงต้องระวังการใช้อย่างมาก สำหรับ กลุ่มยาที่ออกฤทธ์นานเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหลับไม่สนิทระหว่างคืนหรือตื่นเร็วกว่าปกติ เช่น clonazepam, diazepam เป็นต้น

สำหรับผลข้างเคียงของยากลุ่มดังกล่าวได้แก่  การกดประสาททำให้บางทีมีอาการง่วงต่อเนื่องกลางวัน, กระบวนการคิดและตัดสินใจลดลง, การศูนย์เสียความจำแบบไปข้างหน้า(anterograde amnesia), ภาวะสับสน, ละเมอ, เดินเซ เป็นต้น การใช้ยาในผู้สูงอายุอาจลดขนาดและต้องระวังผลข้างเคียงอย่าง สิ่งสำคัญการรับประทานยากลุ่ม นี้ต่อเนื่องเกินสองสัปดาห์มีโอกาสเกิดการดื้อยา และเกิดอาการขาดยาได้เมื่อหยุดการให้ยา

2. Non- Benzodiazepine 

เช่น Zolpidem เป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์เร็ว ดูดซึมได้ดี อย่างไรก็ตามอาจต้องระวังผลข้างเคียงเช่น ง่วงซึม,มึนศีรษะ หรือ ละเมอ

3. ยาต้านซึมเศร้า

เช่น Trazodone , Mirtazapine ซึ่งยาดังกล่าวนอกจากมีผลเรื่องการปรับอารมณ์ แล้วยังมีกลไกการออกฤทธ์ช่วยการหลับ

4. ยากลุ่ม melatonin

เป็นสารที่สังเคราะห์ภายในร่างกายมีบทบาทช่วยให้เกิดการนอนหลับ ปัจจุบันมีการผลิตยาที่อยู่ในรูปเมลาโทนินภายนอกร่างกายใช้เพื่อช่วยการนอนหลับ

กล่าวโดยสรุปการรักษาภาวะนอนไม่หลับประกอบไปด้วยการใช้ยาและการปรับพฤติกรรมการคิด สำหรับการใช้ยาพบว่าได้ผลเร็วแต่ต้องระวังผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นแพทย์ควรเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับสภาวะผู้ป่วย ส่วนการปรับ พฤติกรรมการปรับวิธีคิดเป็นการรักษาที่ให้ผลต่อเนื่องระยะยาวแต่อาจจะใช้เวลาในการเห็นผลช่วงแรก

ขอบคุณข้อมูลจาก
นพ.สิริชัย กิตติชาญธีระ 
อายุรแพทย์ประสาทวิทยาและโรคการนอนหลับ
ศูนย์สมองและระบบประสาท / โรคความผิดปกติการหลับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

แพ็กเกจและโปรโมชั่น

ดูทั้งหมด
โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

3,200 – 28,000 บาทรายละเอียด
โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

หลงลืมบ่อย ความจำถดถอย อย่ามองข้าม โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (Dementia Screening) ตรวจความจำ ตรวจสมอง โดยแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนนทเวช

3,200 – 18,900 บาทรายละเอียด
โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

ตรวจสอบค่าบริการฟอกเลือดไตเทียม (Hemodialysis) พร้อมรายละเอียดสิทธิการรักษา สิทธิราชการ ประกันสังคม และบริการฉุกเฉิน ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง แผนกไตเทียม โรงพยาบาลนนทเวช

2,200 – 3,300 บาทรายละเอียด