บทความสุขภาพ

ภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์
เผยแพร่13 กรกฎาคม 25691 นาทีในการอ่าน
แชร์

ภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์

ภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์ หมายถึง สตรีตั้งครรภ์มีความเข้มข้นของเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ปกติเป็นความผิดปกติทางระบบเลือดที่พบได้บ่อยที่สุดในระหว่างตั้งครรภ์

โลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์เกิดได้อย่างไร ?

สาเหตุที่พบบ่อยมากที่สุด มักเกิดจากการขาดสารอาหารที่จำเป็น โดยเฉพาะธาตุเหล็กเนื่องจากธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงนั่นเอง สาเหตุอื่นๆที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • สูญเสียเลือดเรื้อรังตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จากการเป็นประจำเดือน
  • ขาดกรดโฟลิก
  • โลหิตจางเนื่องจากมีกรรมพันธุ์ของโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งพบมากในคนไทย
  • สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้โลหิตจางเรื้อรังได้ เช่น โรคไต โรคเอสแอลอี (SLE) 

ผลกระทบจากภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์ต่อคุณแม่

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • เสี่ยงต่อการแท้ง และคลอดก่อนกำหนด
  • เมื่อมีการเสียเลือดจากการคลอด จะทำให้ฟื้นตัวได้ช้าหลังคลอด เกิดภาวะช็อคได้ง่าย
  • ติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ

ผลกระทบจากภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์ต่อลูกน้อย

ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาของทารกในครรภ์ ทำให้ทารกเติบโตช้า คลอดก่อนกำหนด รวมถึงทำให้ทารกมีน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่าปกติได้

โลหิตจาง และการขาดธาตุเหล็กสำคัญกว่าที่คิด

ธาตุเหล็กมีความสำคัญมากโดยเฉพาะในสตรีตั้งครรภ์ เนื่องจากธาตุเหล็กทำหน้าที่ช่วยส่งผ่านอ็อกซิเจนจากคุณแม่ไปสู่ทารกในครรภ์ผ่านทางรกซึ่งออกซิเจนกว่า 60% ที่ส่งไปนั้น จะไปเลี้ยงสมองของทารกในครรภ์นั่นเอง ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าธาตุเหล็กมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อพัฒนาการสมองของทารกในครรภ์

สมองของทารกในครรภ์มีการพัฒนาอย่างชัดเจนในไตรมาสที่ 2 และ 3 โดยเริ่มมีการสร้างรอยหยักในสมองตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ 24 สัปดาห์ เมื่ออายุครรภ์28 สัปดาห์ สมองจะพัฒนาส่วนที่ เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้อย่างรวดเร็วและเมื่ออายุครรภ์32 สัปดาห์ สมองทารกจะมีการสร้างโครงข่ายเส้นประสาท ซึ่งทั้งหมดนี้จะพัฒนายาวนานไปจนถึงอายุ 2 ปีหลังคลอด 

รอให้โลหิตจางแล้วจึงค่อยกินยาธาตุเหล็กเพื่อบำรุง...ก็สายไป

เนื่องจากธาตุเหล็กของสตรีตั้งครรภ์จะถูกนำไปใช้ในการสร้างเม็ดเลือดแดงเป็นอันดับแรกก่อนดังนั้นถ้าตรวจพบว่าโลหิตจางในขณะตั้งครรภ์ย่อมแปลว่า ธาตุเหล็กที่จะทำหน้าที่นำพาออกซิเจนไปเสี้ยงสมองของทารกในครรภ์ไม่เพียงพอเสียแล้ว

อยากให้ลูกน้อยเฉลียวฉลาดทั้ง IQ และ EQ ต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์

การขาดธาตุเหล็กในสตรีตั้งครรภ์มีผลต่อความสามารถของสมองเด็กในการจดจำ และเรียนรู้สิ่งต่างๆตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยเรียน มีรายงานว่าคุณแม่ที่ขาดธาตุเหล็กตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ จะมีโอกาสทำให้เด็กที่คลอดออกมาเป็นออทิสติกสูงขึ้น และหากขาดธาตุเหล็กในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ก็จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคจิตเภทในบุตรถึง 30% นอกจากนี้ ยังเกี่ยวพันถึงปัญหาทางอารมณ์เมื่อเด็กเติบโตขึ้น เช่นภาวะซึมเศร้า และวิตกกังวลอีกด้วย

จะทราบได้อย่างไรว่า มีภาวะโลหิตจางหรือขาดธาตุเหล็กหรือไม่

สามารถตรวจได้โดยการเจาะตรวจเลือด ซึ่งสามารถวินิจฉัยภาวะโลหิตจาง การขาดธาตุเหล็กรวมถึงโรคธาลัสซีเมียได้ เมื่อทราบการวินิจฉัยก็จะสามารถวางแผนการดูแลรักษา หรือใช้ยาธาตุเหล็กเสริมได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากตรวจตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ก็จะช่วยในการวางแผนมีบุตร หรือตรวจในระหว่างตั้งครรภ์ก็จะช่วยในการดูแลคุณแม่และทารกในครรภ์ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูล
พญ.พัชราภรณ์ วงศาโรจน์
สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

แพ็กเกจและโปรโมชั่น

ดูทั้งหมด
โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

3,200 – 28,000 บาทรายละเอียด
โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

หลงลืมบ่อย ความจำถดถอย อย่ามองข้าม โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (Dementia Screening) ตรวจความจำ ตรวจสมอง โดยแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนนทเวช

3,200 – 18,900 บาทรายละเอียด
โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

ตรวจสอบค่าบริการฟอกเลือดไตเทียม (Hemodialysis) พร้อมรายละเอียดสิทธิการรักษา สิทธิราชการ ประกันสังคม และบริการฉุกเฉิน ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง แผนกไตเทียม โรงพยาบาลนนทเวช

2,200 – 3,300 บาทรายละเอียด