บทความสุขภาพ

รับมือ! สารพัดโรคเด็กที่พ่อแม่ควรรู้
เผยแพร่13 กรกฎาคม 25691 นาทีในการอ่าน
แชร์

รับมือ! สารพัดโรคเด็กที่พ่อแม่ควรรู้

โรคของเด็ก มักแตกต่างจากผู้ใหญ่ เพราะอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของเด็กยังคงเจริญเติบโตเรื่อยๆ ตามช่วงวัย ภูมิคุ้มกันโรคที่มีย่อมต่ำกว่า และมักมีความรุนแรงมากกว่าผู้ใหญ่ หากเจ็บป่วยและได้รับการดูแลรักษาที่ไม่ดี จะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้อีกด้วย นพ.วีระกิจ หิรัญวิวัฒน์กุล กุมารแพทย์ประจำศูนย์เด็กและวัยรุ่น จะมาให้ความรู้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ให้พร้อมรับมือและสังเกตอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยจากโรคร้ายทุกช่วงวัย

วัยทารกแรกเกิด

โรคธาลัสซีเมีย หรือโลหิตจาง

โรคที่สามารถถ่ายทอดได้จากพ่อแม่มาสู่ลูก หากเกิดกับทารกอาการของโรคอาจรุนแรงจนเสียชีวิตตั้งแต่ในครรภ์หรือเมื่อคลอดเพียง 1 - 2 ชั่วโมง โดยส่วนใหญ่มักมีอาการเพียงเล็กน้อย ตัวซีดลงเมื่อมีไข้ จะสามารถสังเกตอาการได้ตั้งแต่อายุเพียง 2 - 3 เดือนแรกหากรุนแรงมาก ตาจะเหลือง อ่อนเพลีย ม้ามและตับโต กระดูกใบหน้าเปลี่ยนรูป จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

ดาวน์ซินโดรม

โรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม และเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของภาวะปัญญาอ่อน ลักษณะของเด็กดาวน์ซินโดรมจะมีศีรษะค่อนข้างเล็ก แบน และตาเฉียงขึ้น ดั้งจมูกแบน ปากเล็ก ตัวเตี้ย อาจเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือโรคลำไส้อุดตันตั้งแต่แรกเกิด โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์วัย 35 ขึ้นไป มีความเสี่ยงต่อลูกน้อยเป็นดาวน์ซินโดรมสูงถึง 1 ใน 270 ราย ป้องกันได้โดยการตรวจเลือดคุณแม่หาความผิดปกติของทารกในครรภ์

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

ทารกที่มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ หัวใจพิการชนิดมีภาวะตัวเขียว และชนิดไม่มีภาวะตัวเขียว อาการที่พบและทำให้สงสัยว่าอาจมีโรคหัวใจ เช่น ริมฝีปากเขียว หายใจแรงและเร็ว ซี่โครงบาน หน้าอกบุ๋ม เหนื่อยง่าย หายใจแรง ตัวเย็น มือเท้าเย็นซีดแบบเฉียบพลัน ทารกบางรายแพทย์อาจตรวจพบว่ามีโรคหัวใจ ตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาล และตรวจพบว่ามีเสียงหัวใจผิดปกติซึ่งอาจตรวจไม่พบ และแสดงอาการชัดเจนในช่วงหลังก็ได้

วัยเตาะแตะ (อายุ 1-3 ปี)

โรคท้องเสีย หรืออุจจาระร่วง

โรคท้องเสีย เกิดขึ้นเพราะลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อโรต้าไวรัสเป็นเชื้อไวรัสตัวร้าย ที่อยู่รอบๆ ลูกน้อย อาจแฝงอยู่กับของเล่นอาหาร หรือของใช้ใกล้ตัวเด็กที่ไม่สะอาด หากเด็กได้รับเชื้อนี้เข้าไปอาจมีอาการท้องเสีย อาเจียน บางรายมีไข้สูง โดยเฉพาะทารกอายุต่ำกว่า 2 ปี จะทำให้อุจจาระร่วงเฉียบพลัน ดังนั้นควรดูแลเรื่องการรับประทานอาหารของลูกน้อยให้สะอาดและปลอดภัย พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อย ด้วยวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้า

โรคปอดบวมและไอพีดี (IPD)

โรคปอดบวมเป็นโรคติดเชื้อชนิดรุนแรงที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ “นิวโมคอคคัส” ทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดและที่เยื้อหุ้มสมอง ซึ่งมีความรุนแรงอาจทำให้เด็กพิการหรือเสียชีวิตได้โดยเฉพาะในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี หากติดเชื้อที่ระบบประสาท เช่น เยื้อหุ้มสมองอักเสบ เด็กจะมีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้อาจเจียน และชักได้ ส่วนการติดเชื้อในกระแสเลือด เด็กจะมีไข้สูงอาจรุนแรงทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้ รวมทั้งจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นหลายเท่า หากเด็กมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องร่วมด้วย เช่น เด็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เด็กที่เป็นโรคหัวใจ เป็นต้น

สมาธิสั้น

เด็กในวัยแรกเกิด ถึง 6 ปี เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดสำหรับพัฒนาการของเด็ก ซึ่งการเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือ การกระตุ้นโดยพ่อแม่เป็นผู้สอน ดังนั้นการปล่อยให้ลูกดูโทรทัศน์หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์นานๆอาจทำให้เด็กมีพัฒนาการไม่สมวัย เด็กจะมีสมาธิและความจดจ่อแย่ลงจนอาจทำให้เกิดโรคความจดจ่อเสื่อมหรือสมาธิสั้น 

เด็กก่อนวัยเรียน (อายุ 4-6 ปี)

ไข้เลือดออก

โรคติดเชื้อที่พบบ่อยในเด็กอายุ 2 - 10 ปี มักระบาดในฤดูฝนในระยะแรกลูกน้อยจะมีตัวร้อนจัด หน้าและลำตัวแดง ปวดหัว ปวดท้อง อาเจียน ซึม เบื่ออาหาร และมีจุดแดงๆ คล้ายยุงกัดขึ้นบริเวณแขน ขา ใบหน้า หรือตามลำตัว ในบางรายอาจมีอาการช็อก หากรุนแรงมากอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นพ่อแม่ควรดูแลและเอาใจใส่เป็นอย่างดีหากมีไข้ควรเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา ให้ดื่มน้ำบ่อยๆ เช่น น้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือน้ำตาลเกลือแร่ และควรรีบพาไปพบแพทย์

ไอกรน

โรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียติดต่อกันได้ง่ายจากการไอ จาม รดกันโดยตรง พบได้บ่อยในเด็กโดยส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากผู้ใหญ่ในครอบครัว มักมีอาการไอแบบซ้อนติดๆ กัน 5-10 ครั้ง หรือมากกว่านั้นจนเด็กหายใจไม่ทันจึงหยุดไอ และมีอาการหายใจเข้าลึกๆ เป็นเสียงวู้ป สลับกันไปกับการไอเป็นชุดๆ จึงมีชื่อเรียกว่า “โรคไอกรน” บางครั้งอาการอาจจะเรื้อรังนานเป็นเวลา 2-3 เดือน แต่สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนร่วมกับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบและบาดทะยัก ตั้งแต่เด็กอายุได้ 2-3 เดือน

เด็กวัยเรียน (อายุ 7-12 ปี)

ภูมิแพ้

แม้จะไม่ใช่โรคติดต่อที่อันตรายถึงชีวิต แต่มักพบบ่อยในเด็กสาเหตุหลัก คือ พันธุกรรม รองลงมาคือ สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก นับวันยิ่งพบมากขึ้น เพราะเด็กสมัยนี้อยู่กับธรรมชาติน้อยลง และมีโอกาสสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ได้มาก อาการที่สังเกตได้ คือ จามบ่อยมีน้ำมูกใสๆ ยิ่งถ้ามีอาการรุนแรงมาก เช่น ไอหรือเจ็บคอบ่อย เหนื่อยง่าย หายใจไม่สะดวกขณะนอนหลับทำให้นอนหลับไม่สนิทส่งผลต่อการเรียนแบบนี้ควรรีบพามาใหคุณหมอตรวจ เพื่อจะได้แนะนำวิธีดูแลตนเองต่อไป

โรคหวัด

โรคหวัดแพร่กระจายได้ง่ายจากสัมผัสกับละอองน้ำลายในอากาศจากการไอหรือจาม ในเด็กเล็กจะมีไข้ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล และหายใจลำบาก ส่วนเด็กโตจะมีอาการเจ็บคอ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหารหากตัวร้อน ซึม หายใจเร็วและแรงจนชายโครงบุ๋ม หรือหอบ อาจเป็นโรคปอดบวมร่วมด้วย ดังนั้นพ่อแม่ควรเช็ดตัวและให้ยาลดไข้จำพวกพาราเซตามอลในปริมาณที่ระบุในฉลาก ดื่มน้ำมากๆ หากลูกน้อยคัดจมูกควรใช้น้ำเกลือหยอด และดูดน้ำมูกออกจะช่วยให้เด็กสบายขึ้น หากไข้ยังไม่ลดหรืออาการทรุดลง ควรรีบพาไปพบแพทย์

เด็กโต (13 ปีขึ้นไป)

ปัญหาช่องปากและฟัน

จากวัยเด็กเข้าสู่วัยหนุ่มสาว มักเกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งรูปร่างและฮอร์โมนเพศ เช่น สูงขึ้น เสียงแตก เริ่มมีสิว รวมถึงมีฟันแท้ขึ้นครบทั้งปาก ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันจึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะฟัน คือ ส่วนประกอบสำคัญที่สร้างรอยยิ้ม จึงควรลดอาหารพวกแป้ง น้ำตาล รวมทั้งแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อหรืออย่างน้อยวันละ 2 ครั้งทุกวันทั้งเช้า - ก่อนนอน รวมทั้งพบทันตแพทย์ตรวจฟันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

โรคของเด็กอาจไม่เป็นเรื่องเล็กๆ ของพ่อแม่อีกต่อไป การดูแลเอาใจใส่ให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกัน ไม่เจ็บป่วยง่าย ร่างกายแข็งแรงย่อมเป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนต้องการ

ศูนย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลนนทเวช เข้าใจทุกปัญหาสุขภาพเด็กและพร้อมดูแลรักษาโรคของเด็กทั่วไปจนถึงโรคเฉพาะทาง เช่น โรคหัวใจ สมอง โรคภูมิแพ้ พัฒนาการเด็ก ทันตกรรมเด็ก ครอบคลุมทุกช่วงวัย โดยกุมารแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆ ตลอด 24 ชม.

ขอบคุณข้อมูล
นพ.วีระกิจ หิรัญวิวัฒน์กุล
กุมารแพทย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

แพ็กเกจและโปรโมชั่น

ดูทั้งหมด
โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

3,200 – 28,000 บาทรายละเอียด
โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

หลงลืมบ่อย ความจำถดถอย อย่ามองข้าม โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (Dementia Screening) ตรวจความจำ ตรวจสมอง โดยแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนนทเวช

3,200 – 18,900 บาทรายละเอียด
โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

โปรแกรมตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเชิงลึก

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

อัตราค่าบริการฟอกเลือด

ตรวจสอบค่าบริการฟอกเลือดไตเทียม (Hemodialysis) พร้อมรายละเอียดสิทธิการรักษา สิทธิราชการ ประกันสังคม และบริการฉุกเฉิน ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง แผนกไตเทียม โรงพยาบาลนนทเวช

2,200 – 3,300 บาทรายละเอียด
โรงพยาบาลนนทเวช - รับมือ! สารพัดโรคเด็กที่พ่อแม่ควรรู้ | โรงพยาบาลนนทเวช