บทความสุขภาพ

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ สาเหตุหัวใจเต้นผิดปกติ เช็คอาการ การรักษา ?
เผยแพร่13 กรกฎาคม 25691 นาทีในการอ่าน
แชร์

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ สาเหตุหัวใจเต้นผิดปกติ เช็คอาการ การรักษา ?

โดยปกติหัวใจจะเต้นอย่างสม่ำเสมอ อยู่ที่ 60-100 ครั้งต่อนาที ด้วยความเร็วที่เปลี่ยนไปตามกิจกรรมของร่างกาย ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจเกิดได้หลายแบบไม่ว่าจะเป็น หัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ หัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะ หัวใจเต้นเร็วหรือช้ากว่าปกติ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ  เต้นเร็วสลับเต้นช้า

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmia) โรคหัวใจที่พบได้บ่อย เกิดจากกระแสไฟฟ้าภายในหัวใจมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้การสูบฉีดเลือดไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmia) คืออะไร ? มีอาการและสัญญาณเตือนอย่างไร ?

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmia) คือ การที่หัวใจของเราเต้นไม่เป็นจังหวะตามธรรมชาติ โดยอาจเต้นเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าในหัวใจหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรในห้องหัวใจ ทำให้การสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหลอดเลือดสมองเพิ่มมากขึ้น

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีสาเหตุจากอะไร ?

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคผนังกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคประจำตัว ไทรอยด์เป็นพิษ โรคเบาหวาน โรคอ้วน ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ
  • พันธุกรรม
  • ความผิดปกติแต่กำเนิดหรือความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ
  • ความเครียด วิตกกังวลเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ยาและสารบางชนิด มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ
  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนผสม เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อาการของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

  • หัวใจเต้นเร็วเกินไป
  • หัวใจเต้นช้าเกินไป
  • ใจสั่น หัวใจเต้นแรงผิดปกติ
  • หน้ามืด เป็นลม หมดสติ
  • แน่นหน้าอก
  • เหนื่อย นอนราบไม่ได้ 
  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติ 
  • อ่อนแรง หรือชาครึ่งซีก
  • พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง

อัตราการเต้นของหัวใจปกติเป็นอย่างไร ?

อัตราการเต้นของหัวใจหมายถึง อัตราการเต้นของหัวใจจำนวนครั้งต่อนาที (Beat Per Minute: BPM) อัตราการเต้นจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับกิจกรรม การเคลื่อนไหวและสิ่งกระตุ้น

  • หัวใจเต้น แบบปกติ 60-100 ครั้งต่อนาที
  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เร็วกว่า 100 ครั้งต่อนาที
  • หัวใจเต้นช้าผิดปกติ น้อยกว่า 60 ครั้งต่อนาที

การวินิจฉัยหัวใจเต้นผิดจังหวะ

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)

เป็นการวินิจฉัยโรคหัวใจเบื้องต้น ด้วยการตรวจกระแสไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อหัวใจผลิตออกมาขณะที่หัวใจบีบตัว โดยคลื่นไฟฟ้าจะช่วยบอกจังหวะการเต้นของหัวใจ อัตราการเต้นของหัวใจ บอกขนาดห้องหัวใจ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนา กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจตาย

ติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง รวมถึงการเฝ้าระวังความผิดปกติ (Holter Monitering ECG) 

เป็นการติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง ไว้กับตัว สามารถกลับไปพักที่บ้าน หรือทำงานได้ตามปกติ เพื่อตรวจดูลักษณะของคลื่นหัวใจในขณะผู้ป่วยมีอาการผิดปกติหรือคลื่นหัวใจที่ผิดปกติแม้จะไม่มีอาการภายในช่วงเวลา 24-48 ชั่วโมง โดยอาการตรวจนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อาจจะมีปัญหาใจสั่นผิดปกติเป็นครั้งคราว หน้ามืดคล้ายจะเป็นลมอยู่เสมอ เวียนศีรษะ ใจเต้นแรงผิดปกติเป็นประจำแต่บางครั้งขณะมาพบแพทย์อาการดังกล่าวไม่ปรากฏ

วิธีการรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

การรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ จะขึ้นอยู่กับอาการของคนผู้ป่วย แพทย์จะเลือกรูปแบบของการรักษา ตามสาเหตุ อาการ และระดับความรุนแรงของโรค

  • รับประทานยา เพื่อช่วยควบคุมหัวใจของผู้ป่วยให้เต้นตามปกติ การใช้ยาจะได้ผลดีกับภาวะหัวใจเต้นบางชนิด จะช่วยลดความถี่ของภาวะนี้ และลดความรุนแรงได้ แต่จะไม่ช่วยให้หายขาด
  • รักษาด้วยเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ  วิธีนี้จะช่วยปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นไปตามปกติ นิยมใช้กับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเรื่องหัวใจห้องล่างเต้นผิดปกติ โดยอุปกรณ์ชนิดนี้จะทำหน้าที่กระตุ้นหัวใจ หากหัวใจเต้นช้าเกินไป และปล่อยพลังงานไฟฟ้าหากหัวใจเต้นเร็ว เพื่อให้จังหวะการเต้นของหัวใจกลับมาเป็นปกติ คล้ายกับเป็นการรีเซ็ตหัวใจนั่นเอง
  • จี้ด้วยไฟฟ้าผ่านคลื่นเสียงความถี่สูง เหมาะกับกรณีเป็นซ้ำๆ และในรายที่มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ
  • ฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือขนาดเล็กที่ทำงานด้วยระบบแบตเตอรี่ โดยถูกฝังใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอกด้านซ้ายใต้กระดูกไหปลาร้า จากนั้นจึงสอดสายนำไฟฟ้าไปยังหัวใจ ทำหน้าที่ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ ข้อดี คือ รักษาอาการหัวใจเต้นช้าได้ดีมาก แต่ข้อเสีย คือ เป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปอยู่ในร่างกาย

การป้องกันหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางประเภทป้องกันได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ เพียงปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โปรตีนและโอเมก้า 3 ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ เพื่อบำรุงหัวใจให้แข็งแรง ให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น ลดอาหารที่มีไขมันสูง เพื่อควบคุมความดันโลหิต และช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอลให้ปกติ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิต ทำให้หัวใจแข็งแรง แต่ต้องระวังอย่าให้เกลือแร่ต่ำ หากออกกำลังกายแล้วเสียเหงื่อเยอะควรต้องดื่มน้ำเกลือแร่
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 
  • ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

FAQs

Q : โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะตายได้ไหม ?

A : ความรุนแรงของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นอยู่กับชนิดและอาการของผู้ป่วยแต่ละราย  กรณีเป็นชนิดโรคที่ไม่รุนแรง สามารถบำบัดด้วยการปรับพฤติกรรมของตัวคนไข้ได้ แต่กรณีที่ชนิดหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแบบรุนแรง หากปล่อยอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

Q : หัวใจเต้นผิดจังหวะเสี่ยงเป็นโรคอะไร ?

A : หากหัวใจของเราเต้นไม่เป็นจังหวะตามธรรมชาติ โดยอาจเต้นเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าในหัวใจหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรในห้องหัวใจ ทำให้การสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหลอดเลือดสมองเพิ่มมากขึ้น

Q : เราจะรู้ได้ไงว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ ?

A : การวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีวิธี  ดังนี้

  1. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
  2. ติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง รวมถึงการเฝ้าระวังความผิดปกติ (Holter Monitering ECG)
  3. การทดสอบสมรรถภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน (Exercise Stress Test)
  4. การตรวจคลื่นสะท้อนเสียงหัวใจ (Echocardiography)
  5. การฉีดสีสวนหัวใจ หรือฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiography)

ขอบคุณข้อมูล
ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

แพ็กเกจและโปรโมชั่น

ดูทั้งหมด
โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี Annual Check Up Program

3,200 – 28,000 บาทรายละเอียด
โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยดิจิทัลแมมโมแกรม 3 มิติ พร้อมอัลตราซาวน์เต้านม (3D Tomosynthesis Mammogram with Breast Ultrasound)

โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยดิจิทัลแมมโมแกรม 3 มิติ พร้อมอัลตราซาวน์เต้านม (3D Tomosynthesis Mammogram with Breast Ultrasound)

โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยดิจิทัลแมมโมแกรม 3 มิติ พร้อมอัลตราซาวน์เต้านม เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป โรงพยาบาลนนทเวช

โปรแกรมฟอกสีฟัน FLASH Teeth Whitening

โปรแกรมฟอกสีฟัน FLASH Teeth Whitening

โปรแกรมฟอกสีฟัน FLASH Teeth Whitening

โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (หลงลืม)

หลงลืมบ่อย ความจำถดถอย อย่ามองข้าม โปรแกรมประเมินความจำถดถอย (Dementia Screening) ตรวจความจำ ตรวจสมอง โดยแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลนนทเวช

3,200 – 18,900 บาทรายละเอียด