ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ

ปัจจุบันปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินอาหารและตับเพิ่มมากขึ้น ทั้งทางกายภาพ เช่น อาหาร อากาศ การดำเนินชีวิตและการถ่ายถอดทางพันธุกรรมที่กำลังเป็นปัญหาต่อการดำเนินชีวิตของคนในสังคม ดังนั้น โรงพยาบาลนนทเวชจึงมุ่งมั่นให้บริการด้านการตรวจวินิจฉัยและการรักษาอย่างมีคุณภาพ โดยทีมแพทย์ผู้ชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและตับ พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้มาตรฐานอย่างครบวงจร
 

ขอบเขตและการให้บริการ ทางเดินอาหารและตับ

ปัจจุบันปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินอาหารและตับเพิ่มมากขึ้น ทั้งทางกายภาพ เช่น อาหาร อากาศ การดำเนินชีวิตและการถ่ายถอดทางพันธุกรรมที่กำลังเป็นปัญหาต่อการดำเนินชีวิตของคนในสังคม ดังนั้น โรงพยาบาลนนทเวชจึงมุ่งมั่นให้บริการด้านการตรวจวินิจฉัยและการรักษาอย่างมีคุณภาพ โดยทีมแพทย์ผู้ชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและตับ พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้มาตรฐานอย่างครบวงจร

ระบบทางเดินอาหารผิดปกติจะทราบได้อย่างไร

-ระบบทางเดินอาหารมีการทำงานที่ซับซ้อน ความผิดปกติที่เกิดขึ้นอาจไม่ชัดเจน ต้องอาศัยการตรวจสุขภาพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหรืออาจตรวจสอบพฤติกรรมของแต่ละบุคคลในเบื้องต้น และวินิจฉัยอย่างใกล้ชิด ดังนั้น ควรมาพบแพทย์ในกรณีดังนี้
- สงสัยว่ามีอาการของโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรืออาหารไม่ย่อยเป็นระยะเวลานาน
- ต้องการตรวจสอบการทำงานของระบบทางเดินอาหารอย่างละเอียด เพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินอาหาร
- อาการของโรคทางเดินอาหารที่รักษาอยู่ ไม่หายขาดหรือไม่ดีขึ้น
- ต้องการได้รับการยืนยันจากแพทย์ ในการตรวจวินิจฉัยและวิธีการรักษา เพื่อประกอบการตัดสินใจในการรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร
- ต้องการตรวจและรักษาด้วยการส่องกล้อง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- ต้องการคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคในระบบทางเดินอาหาร

โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและตับ

-โรคกระเพาะอาหารอักเสบและแผลในกระเพาะอาหาร
-โรคมะเร็งของหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร สำไส้
- โรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
- ภาวะกรดไหลย้อน
- โรคตับอักเสบจากพิษสุรา
- ภาวะไขมันเกาะตับ
- โรคไวรัสตับอักเสบ
- โรคนิ่วในถุงน้ำดี
- ภาวะตับแข็ง
- มะเร็งตับ

การตรวจวินิจฉัย

1. การตรวจวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติของถุงน้ำดี ผ่านการส่องกล้อง (ERCP) เช่น มะเร็งท่อน้ำดี ภาวะท่อน้ำดีอุดตัน เป็นต้น
2. การตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคระบบทางเดินอาหารโดยการส่องกล้อง (GI Endoscopy)
• การส่องกล้องตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น (Gastroscopy) เพื่อดูการเคลื่อนไหวและความผิดปกติ รวมถึงตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter Pylori ในกระเพาะอาหาร
• การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เพื่อดูความผิดปกติของเยื่อบุลำไส้และผนังลำไส้ การบีบตัวของลำไส้จนถึงส่วนต้นของลำไส้ใหญ่ หรือส่วนต่อของลำไส้กับลำไส้เล็ก
• การส่องกล้องเพื่อตรวจลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Sigmoidoscopy)
• การตัดชิ้นเนื้อที่ยื่นผิดปกติในทางเดินอาหาร (Polypectomy)
• การใส่สายให้อาหารผ่านกล้องส่องตรวจ โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือดมยา (PEG:Percutaneous Endoscopic Gastrostomy)
• การรักษาภาวะเลือดออกจากเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร
3. การตรวจวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารด้วยการใช้แคปซูล (Gastrointestinal Wireless Capsule Endoscopy) เป็นการตรวจวินิจฉัยแนวใหม่เกี่ยวกับโรคระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะในส่วนที่ลึกที่สุดของลำไส้เล็ก โดยการกลืนแคปซูลเพื่อบันทึกภาพส่วนต่างๆของระบบทางเดินอาหาร จากนั้นแพทย์จะนำภาพและข้อมูลดังกล่าวไปวิเคราะห์ เพื่อให้การรักษาคนไข้ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และถูกต้อง ตามสาเหตุของโรคต่อไป
4. การดูดและการเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับ Liver Biopsyเพื่อนำเนื้อเยื่อและเซลล์ตับมาวิเคราะห์ ในกรณีที่มีก้อนในตับหรือสงสัยว่าเป็นมะเร็งตับ รวมถึงการอักเสบของตับ

แนวทางการรักษา

1.การใช้เทคนิคในการรักษา โดยไม่ต้องผ่าตัด
- การห้ามสภาวะเลือดออกเฉียบพลัน จากทางเดินอาหารและตับ
2. การรักษาโรคระบบทางเดินอาหารและตับ ด้วยการผ่าตัด เช่น
- การผ่าตัดโรคตับ ท่อน้ำดี ถุงน้ำดี
- การผ่าตัดโรคหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่

เทคโนโลยีที่พร้อมให้บริการ

- เอกซเรย์และอัลตร้าซาวด์ในช่องท้อง (X-ray and Ultrasound)
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Spiral CT Scan)
- การตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
- ส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหาร (GI Endoscopy) เพื่อใช้ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร
- การส่องกล้องตรวจวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารด้วยการใช้แคปซูล (Gastrointestinal Wireless Capsule Endoscopy)v
- การรักษาโดยการผ่าตัดและการส่องกล้องผ่าตัด GI Surgery (Laparoscopic Surgery)