ศูนย์หัวใจ

ให้บริการตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยในระยะเริ่มต้น การรักษา ป้องกัน ตลอดจนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหัวใจและระบบหลอดเลือดอย่างครบวงจร โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วยแพทย์อายุรกรรมหัวใจ ศัลยแพทย์หัวใจ กุมารแพทย์โรคหัวใจ ร่วมด้วยทีมพยาบาลผู้ชำนาญการในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจโดยเฉพาะ บุคลากรด้านการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน ประจำตลอด 24 ชั่วโมง ครบครันด้วยอุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีในช่วงนาทีวิกฤต

ขอบเขตการให้บริการ และบริการเฉพาะทาง ศูนย์หัวใจ

     ให้บริการตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยในระยะเริ่มต้น การรักษา ป้องกัน ตลอดจนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหัวใจและระบบหลอดเลือดอย่างครบวงจร โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วยแพทย์อายุรกรรมหัวใจ ศัลยแพทย์หัวใจ กุมารแพทย์โรคหัวใจ ร่วมด้วยทีมพยาบาลผู้ชำนาญการในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจโดยเฉพาะ บุคลากรด้านการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน ประจำตลอด 24 ชั่วโมง ครบครันด้วยอุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีในช่วงนาทีวิกฤต

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

- ความดันโลหิตสูง
- ไขมันในเลือดสูง
- โรคเบาหวาน
- ความเครียด
- อ้วน มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน
- การไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
- เพศชายอายุ 40 ปีขึ้นไปหรือหญิงอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือวัยทองหลังหมดประจำเดือน
- สูบบุหรี่หรือเลิกสูบบุหรี่ได้ไม่เกิน 2 ปีหรือได้รับควันบุหรี่สม่ำเสมอ (แม้ไม่ได้สูบบุหรี่)

การตรวจวินิจฉัย
การตรวจวัดความแข็งแรงของหลอดเลือดแดง (ABI)

เป็นการตรวจวินิจฉัยเบื้องต้น สำหรับโรคที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดที่ขา ทำได้โดยการวัดดัชนีความดันที่ข้อเท้า เปรียบเทียบค่าความดันของแขนในแต่ละข้าง (Ankle Brachial Pressure Index, ABI) เพื่อตรวจดูว่ามีการตีบตันของหลอดเลือดแดงข้างนั้นๆ หรือไม่

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiography)

เป็นการวินิจฉัยโรคหัวใจเบื้องต้น คลื่นไฟฟ้าจะช่วยบอกจังหวะการเต้นของหัวใจ อัตราการเต้นของหัวใจ ขนาดห้องหัวใจภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนา กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจตาย

การตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง (Echocardiography)

เป็นการตรวจเพื่อดูขนาดห้องหัวใจและหลอดเลือดตลอดจนการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและประเมินการทำงานของลิ้นหัวใจ

ตรวจการทำงานของหัวใจขณะออกกำลังกาย ด้วยวิธีเดินสายพาน (Exercise Stress Test)

การตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีนี้จะช่วยบอกได้ว่า มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบซ่อนเร้นอยู่หรือไม่ โดยทดสอบเดินบนเครื่องออกกำลังกายให้หัวใจทำงานเต็มที่และดูการเปลี่ยนแปลงของกราฟหัวใจเมื่อมีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นผลจากภาวะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดหัวใจตีบนั่นเอง

ตรวจวินิจฉัยหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง 64 Slice CT Scan

จากอดีตที่ผ่านมา การวินิจฉัยภาวะหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจที่มีคราบไขมันและหินปูนเกาะที่ผนังเส้นเลือด ต้องใช้สายสวนเข้าไปตามหลอดเลือดแดงแล้วฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ แต่ปัจจุบันสามารถตรวจดูคราบหินปูนที่ผนังเส้นเลือดหัวใจ โดยใช้ 64 Slice CT Scan โดยไม่ต้องฉีดสีหรือใส่สายสวนในหลอดเลือดและสามารถตรวจพิเศษต่อไปว่าคราบหินปูนนั้น ทำให้ขนาดหลอดเลือดหัวใจตีบแคบไปมากน้อยเท่าใด ด้วยการฉีดยาเข้าทางสายน้ำเกลือที่ข้อพับแขนโดยนอนนิ่ง กลั้นหายใจประมาณ 12 วินาที หลังจากนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์จะสร้างภาพหลอดเลือดหัวใจว่ามีภาวะตีบแคบมากน้อยเพียงไร ต้องทำการรักษาหรือติดตามผลอย่างไร การตรวจโดยใช้ 64 Slice CT Scan ถือเป็นการตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นที่มีความแม่นยำสูง

การสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization)

เป็นการตรวจลักษณะและสภาพของหลอดเลือดหัวใจ ว่ามีการตีบตันมากน้อยเพียงใด รวมถึงตำแหน่งที่ตีบตัน การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ การบีบตัวของหัวใจ การตายของกล้ามเนื้อหัวใจและการตรวจวัดความดันในห้องหัวใจที่ตำแหน่งต่างๆ เพื่อทราบสาเหตุอาการต่างๆ ของโรคหัวใจโดยละเอียดเพิ่มขึ้น เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

การติดเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter Monitering ECG)

เพื่อตรวจดูลักษณะของคลื่นหัวใจในขณะผู้ป่วยมีอาการผิดปกติหรือคลื่นหัวใจที่ผิดปกติ แม้จะไม่มีอาการภายในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง

การรักษา
การขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยบอลลูนและการใส่ขดลวด (Percutaneous Transluminal Coronary Angiography (PTCA) and Coronary Stent)

เป็นการขยายหลอดเลือดแดงของหัวใจด้วยบอลลูน (Balloon) และ/หรือใส่ขดลวด (Stent) ในผู้ป่วยที่มีการตีบของหลอดเลือดหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกเป็นวิธีการล่าสุดและเห็นผลการรักษาที่ชัดเจน ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ของแพทย์ รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ

การผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือด (Coronary Artery Bypass Surgery)

เป็นการรักษาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบอย่างมากพร้อมการผ่าตัดหัวใจทุกประเภท เช่น การผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจตีบ การผ่าตัดซ่อมแซมเส้นเลือดใหญ่โป่งพอง การเปลี่ยนลิ้นหัวใจและการผ่าตัดหัวใจในเด็กที่มีความผิดปกติแต่กำเนิด

การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดถาวร (Permanent Pacemaker)

เป็นการรักษาผู้ป่วยหัวใจเต้นช้าซี่งอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการวูบหมดสติหรือเสียชีวิตเฉียบพลันได้ ด้วยการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจไว้ในผนังหน้าอก

การให้บริการ
หออภิบาลผู้ป่วยเคลื่อนที่ (Mobile CCU)

คือ รถพยาบาลผู้ป่วยโรคหัวใจเคลื่อนที่ (Mobile CCU) สามารถเคลื่อนที่ย้ายช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจให้พ้นจากนาทีวิกฤต ด้วยทีมช่วยเหลือพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ทันสมัย เสมือนหออภิบาลผู้ป่วยโรคหัวใจในโรงพยาบาล สามารถให้การรักษาและทำหัตถการเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยในรถได้ทันที พร้อมด้วยเครื่องติดตามการทำงานของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG Monitor) ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลจากรถมายังโรงพยาบาลในระหว่างเดินทาง เพื่อปรึกษาแพทย์เฉพาะทางและวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง