ศูนย์โรคระบบทางเดินปัสสาวะ

ศูนย์โรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลนนทเวช เป็นศูนย์ตรวจวินิจฉัยและรักษาเฉพาะโรคในระบบทางเดินปัสสาวะ ทั้งเพศหญิงและเพศชาย รวมถึงการตรวจพิเศษ ทางระบบประสาทกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และอวัยวะเพศ โดยทีมศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ และทีมสหสาขาวิชาชีพ ที่มีประสบการณ์สูง คลินิกทางเดินปัสสาวะทั่วไป คลินิกปัสสาวะผิดปกติ และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่...

ขอบเขตและการให้บริการเฉพาะทาง ศูนย์โรคระบบทางเดินปัสสาวะ

ศูนย์โรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลนนทเวช เป็นศูนย์ตรวจวินิจฉัยและรักษาเฉพาะโรคในระบบทางเดินปัสสาวะ ทั้งเพศหญิงและเพศชาย รวมถึงการตรวจพิเศษ ทางระบบประสาทกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และอวัยวะเพศ โดยทีมศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ และทีมสหสาขาวิชาชีพ ที่มีประสบการณ์สูง คลินิกทางเดินปัสสาวะทั่วไป คลินิกปัสสาวะผิดปกติ และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ คลินิกนิ่วทางเดินปัสสาวะ คลินิกมะเร็งทางเดินปัสสาวะ คลินิกสุขภาพเพศชาย คลินิกทางเดินปัสสาวะเด็ก

คลินิกทางเดินปัสสาวะทั่วไป ให้การบริการตรวจวินิจฉัย รักษา และให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินปัสสาวะอักเสบ และโรคทั่วไปทางระบบปัสสาวะให้การบริการตรวจวินิจฉัย รักษา และให้คำแนะนำแก่ผู้ที่มีอาการปัสสาวะผิดปกติ และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

  • 1.การซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ(Physical Examination by Urologist)
  • 2.การตรวจปัสสาวะ เพื่อหาว่ามีเลือด หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urine Analysis)
  • 3.การเก็บปัสสาวะตรวจเพาะเชื้อทางห้องปฏิบัติการ (Urine Culture)
  • 4.การส่องกล้องดูภายในกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก (Cystoscopy)
  • 5.การเก็บหนองจากท่อปัสสาวะ โดยการตรวจภายในกระเพาะปัสสาวะด้วยวิธีส่องกล้อง(Cystoscope for Pus Culture) จะใช้ในกรณีทางเดินปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง
  • 6.การรักษา : โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบรักษาด้วยยา ทั้งแบบรับประทานและแบบฉีด

คลินิกปัสสาวะผิดปกติ และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ การตรวจวินิจฉัยภาวะปัสสาวะผิดปกติ และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

  • 1.การซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ(Physical Examination by Urologist)
  • 2.การตรวจปัสสาวะเพื่อหาว่ามีเลือดหรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urine Analysis)
  • 3.การตรวจวัดความแรงของปัสสาวะ (Uroflowmetry)
  • 4.การตรวจดูปริมาณปัสสาวะที่คั่งค้างในกระเพาะปัสสาวะ (Post-Void Residual Urine) เพื่อดูว่ามีความผิดปกติที่ระยะใดของการปัสสาวะ
  • 5.การตรวจระบบประสาททางเดินปัสสาวะ (Urodynamic) จะบอกถึงลักษณะการทำงานของกระเพาะปัสสาวะได้ดี สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการวางแผนการรักษา และให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้องตรงกับปัญหาที่ผู้ป่วยเป็นอยู่การรักษาภาวะปัสสาวะผิดปกติ และกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
การรักษาขึ้นกับสาเหตุของโรคว่า เกิดความบกพร่องที่อวัยวะในการควบคุมการปัสสาวะส่วนใด

โดยทั่วไปแนวทางในการรักษามีอยู่ 3 วิธี

  • 1.พฤติกรรมบำบัด โดยการแนะนำให้ออกกำลังกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic Floor Exercise)
  • 2.การรักษาด้วยการให้ยา
  • 3.การผ่าตัดเพื่อเพิ่มแรงหูรูด (Urethral Sling) กรณีกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

คลินิกนิ่วทางเดินปัสสาวะ ให้บริการตรวจวินิจฉัย รักษานิ่วทางเดินปัสสาวะ และให้คำแนะนำแก่ผู้ที่มีอาการของโรคนิ่วทางเดินปัสสาวะ

การตรวจวินิจฉัยนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • 1.การซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ(Physical Examination by Urologist)
  • 2.การตรวจปัสสาวะเพื่อหาว่ามีเลือด หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urine Analysis)
  • 3.การตรวจอัลตราซาวด์ระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อดูความผิดปกติ (Ultrasound KUB System)
  • 4.การตรวจโดยการถ่ายภาพรังสีธรรมดาเพื่อดูรูปร่าง ลักษณะ ตำแหน่งของผลึกหรือก้อนนิ่ว ซึ่งอยู่บริเวณไต ท่อไต หรือกระเพาะปัสสาวะ (Plani KUB System)
  • 5.การตรวจ X-ray ฉีดสารเข้าหลอดเลือดดำและเมื่อสีขับเข้ากระเพาะปัสสาวะแพทย์จะสามารถเห็นตำแหน่งและความรุนแรงของการอุดกลั้นปัสสาวะ (Intravenous Pyelography - IVP)
  • 6.การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดูอวัยวะและความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ (CT KUB System)
การรักษานิ่วระบบทางเดินปัสสาวะ
  • 1.การรักษาโดยการรับประทานยาละลายนิ่ว เหมาะสำหรับนิ่วชนิดยูริคที่สามารถละลายได้โดยให้ทานยา
  • 2.การส่องกล้องผ่านท่อท่อไตขึ้นไปถึงก้อนนิ่ว เข้าไปคล้อง หรือกรอนิ่วในท่อไตออกมา (Ureteroscopy with Stone Removal) วิธีนี้ไม่มีรอยแผล เนื่องจากเป็นการส่องกล้องเข้าทางรูท่อปัสสาวะ หรือท่อไตที่มีอยู่ตามธรรมชาติ
  • 3.การสลายนิ่วด้วยคลื่นเสียงความถีสูง (ESWL) ทำให้เม็ดนิ่วที่มีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร แตกเป็นเศษเล็กๆ ไหลหลุดออกมาเอง โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
  • 4.การเจาะผ่านผิวหนังส่องกล้องกรอนิ่วในไต (PCNL) เป็นวิธีการรักษานิ่วในไต ที่พัฒนามาเพื่อเลี่ยงการผ่าตัดโดยใช้วิธีเจาะรูเล็กๆ ขนาดนิ้วชี้ทะลุจากผิวหนังเข้าไปในกรวยไต และใช้กล้องส่องตามเข้าไป จนพบก้อนนิ่ว จากนั้นจะใช้เครื่องมือเข้าไปกรอนิ่ว ให้แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ และดูดหรือคีบนิ่วออกมา
  • 5.การขบนิ่ว (Cystolithotripsy) เป็นการใช้เครื่องมือเข้าไปทางท่อปัสสาวะ ขบนิ่วให้แตกแล้วล้างออกโดยไม่มีแผล กรณีเป็นนิ่วที่กระเพาะปัสสาวะ

คลินิกมะเร็งทางเดินปัสสาวะ ให้บริการตรวจวินิจฉัย และรักษามะเร็งทางเดินปัสสาวะ

การตรวจวินิจฉัยมะเร็งทางเดินปัสสาวะ
  • 1.การซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ(Physical Examination by Urologist)
  • 2.การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (Digital Rectal Exam-DRE)
  • 3.การตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA)
  • 4.การตรวจอัลตราซาวด์ต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (Transrectal Ultrasonography) สามารถเห็นต่อมลูกหมากและกระเพาะปัสสาวะ
  • 5.การตรวจอัลตราซาวด์ทางเดินปัสสาวะ (Ultrasound KUB System)
  • 6.การตรวจ X-ray ฉีดสารเข้าหลอดเลือดดำและเมื่อสีขับเข้าทางเดินปัสสาวะ แพทย์จะสามารถเห็นตำแหน่งและความรุนแรงของการอุดกลั้นปัสสาวะ (Intravenous Pyelography-IVP)
  • 7.การส่องกล้องดูภายในกระเพาะปัสสาวะ และต่อมลูกหมาก (Cystoscopy)
  • 8.การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ดูอวัยวะและความผิดปกติในช่องท้อง ทั้งบนและล่าง (CT Whole Abdomen)
  • 9.การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ดูอวัยวะและความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ (CT KUB System)
การรักษามะเร็งทางเดินปัสสาวะ
  • 1.การผ่าตัดต่อมลูกหมากออกทั้งหมด (Radical Prostatectomy) เป็นการผ่าตัดแบบเปิด เพื่อเอาต่อมลูกหมากที่เป็นมะเร็งรวมทั้งต่อมน้ำเหลืองออกทั้งหมด
  • 2.การผ่าตัดโดยใช้กล้อง (Laparoscopic radical Prostatectomy) เป็นการผ่าตัดโดยใช้กล้อง เพื่อเอาต่อมลูกหมากที่เป็นมะเร็งรวมทั้งต่อมน้ำเหลืองออกทั้งหมด
  • 3.การผ่าตัดเนื้องอกที่ต่อมลูกหมาก (TUR-P)
  • 4.การผ่าตัดเนื้องอกที่กระเพาะปัสสาวะ (Cystectomy)
  • 5.การรักษาด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy) คือการใช้ยาต้านมะเร็ง ซี่งสามารถผ่านไปถึงทุกส่วนของร่างกาย เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง โดยมีแผนกเคมีบำบัด ภายใต้การดูแลของทีมสหสาขาวิชาชีพด้านการรักษาโรคมะเร็ง

คลินิกสุขภาพเพศชาย การตรวจวินิจฉัยการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

  • 1.การซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ (Physical Examination by Urologist)
  • 2.การตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone Test)
  • 3.การตรวจเลือดเพื่อตรวจสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) การรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ -รักษาโดยการรับประทานยา
การตรวจวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากโต
  • 1.การซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ (Physical Examination by Urologist) โดยการตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (Digital Rectal Exam-DRE)
  • 2.การตรวจปัสสาวะเพื่อหาว่ามีเลือด หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urine Analysis)
  • 3.การตรวจเลือดเพื่อตรวจสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA)
การรักษาโรคต่อมลูกหมาก
  • 1.รักษาโดยการรับประทานยา
  • 2.ตัดต่อมลูกหมากโดยการส่องกล้องผ่านอวัยวะเพศ เป็นการตัดชิ้นเนื้อเพื่อให้ปัสสาวะไหลคล่อง (Transurethral Resection of the Prostate – TURP)
  • 3.การใส่ตัวถ่างขยายท่อปัสสาวะบริเวณต่อมลูกหมาก (Prostatic stent) ใช้ในกรณีผู้ป่วยไม่สามารถผ่าตัดได้
  • 4.การผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยใช้เลเซอร์ (Greenlight Laser PVP)
การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • 1.การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ (Physical Examination by Urologist) โดยการตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (Digital Rectal Exam – DRE)
  • 2.การตรวจปัสสาวะเพื่อหาว่ามีเลือดหรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urine Analysis)
  • 3.การตรวจเลือดเพื่อตรวจสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA)
  • 4.การตรวจอัลตราซาวด์ต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (Transrectal Ultrasonography) สามารถเห็นต่อมลูกหมากและกระเพาะปัสสาวะ
  • 5.การส่องกล้องดูภายในกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก (Cystoscopy)
การรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • 1.การผ่าตัดต่อมลูกหมากออกทั้งหมด (Radical Prostatectomy) เป็นการผ่าตัดแบบเปิดเพื่อเอาต่อมลูกหมากที่เป็นมะเร็งรวมทั้งต่อมน้ำเหลืองออกทั้งหมด
  • 2.การผ่าตัดโดยใช้กล้อง (Laparoscopic radical Prostatectomy) เป็นการผ่าตัดโดยใช้กล้อง เพื่อเอาต่อมลูกหมากที่เป็นมะเร็งรวมทั้งต่อมน้ำเหลืองออกทั้งหมด
  • 3.การตัดต่อมลูกหมากโดยการส่องกล้องผ่านอวัยวะเพศ เป็นการตัดชิ้นเนื้อเพื่อให้ปัสสาวะไหลคล่อง (Transurethral Resection of the Prostate – TURP)
  • 4.การรักษาด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy) คือการใช้ยาต้านมะเร็ง ซึ่งสามารถผ่านไปถึงทุกส่วนของร่างกายเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง โดยมีแผนกเคมีบำบัด ภายใต้การดูแลของทีมสหสาขาวิชาชีพด้านการรักษาโรคมะเร็ง
  • 5.การรักษาด้วยการควบคุม Hormone เพศชาย
การตรวจวินิจฉัยภาวะวัยทองในเพศชาย
  • 1.ซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ (Physical Examination by Urologist)
  • 2.การตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone Test) การรักษาภาวะวัยทองในเพศชาย -รักษาโดยการใช้ฮอร์โมนเพศชายเสริม (Hormone Replacement Therapy)
ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคทางระบบปัสสาวะชาย
การตรวจสุขภาพเพศชาย (Men’s Health Check Up) และการตรวจวินิจฉัย
  • 1.การซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ (Physical Examination by Urologist)
  • 2.การตรวจปัสสาวะเพื่อหาว่ามีเลือดหรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urine Analysis)
  • 3.การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (Digital Rectal Exam -DRE)
  • 4.การตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone Test )
  • 5.การตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA)
  • 6.การตรวจอัลตราซาวด์ต่อมลูกหมากทางทวารหนัก (Transrectal Ultrasonography ) สามารถเห็นต่อมลูกหมาก และกระเพาะปัสสาวะ
  • 7.การส่องกล้องดูภายในกระเพาะปัสสาวะ และต่อมลูกหมาก (Cystoscopy)
  • 8.การตรวจ X-ray ฉีดสีเข้าหลอดเลือดดำ และเมื่อสีขับเข้าทางเดินปัสสาวะ แพทย์จะสามารถเห็นตำแหน่งและความรุนแรงของการอุดกลั้นปัสสาวะ (Intravenous Pyelography - IVP)
  • 9.การตรวจวัดความแรงของปัสสาวะ (Uroflowmetry)
  • 10.การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดูอวัยวะและความผิดปกติในช่องท้องทั้งบนและล่าง(CT Whole Abdomen)
  • 11.การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดูอวัยวะและความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ (CT KUB System)
  • 12.การตรวจอัลตราซาวด์ทางเดินปัสสาวะ (Ultrasound KUB System)
การรักษาโรคทางระบบปัสสาวะชาย
  • 1.การผ่าตัดต่อมลูกหมากออกทั้งหมด (Radical Prostatectomy) เป็นการผ่าตัดแบบเปิด เพื่อเอาต่อมลูกหมากที่เป็นมะเร็งรวมทั้งต่อมน้ำเหลืองออกทั้งหมด
  • 2.การผ่าตัดโดยใช้กล้อง (Laparoscopic radical Prostatectomy) เป็นการผ่าตัดโดยใช้กล้อง เพื่อเอาต่อมลูกหมากที่เป็นมะเร็งรวมทั้งต่อมน้ำเหลืองออกทั้งหมด
  • 3.การตัดต่อมลูกหมาก โดยการส่องกล้องผ่านอวัยวะเพศ เป็นการตัดชิ้นเนื้อเพื่อให้ปัสสาวะไหลคล่อง (Transurethral Resection of the Prostate-TURP)
  • 4.การใส่ตัวถ่างขยายท่อปัสสาวะบริเวณต่อมลูกหมาก(Prostatic stent) ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถผ่าตัดได้
  • 5.การรักษาด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy) คือการใช้ยาต้านมะเร็ง ซึ่งสามารถผ่านไปถึงทุกส่วนของร่างกายเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง โดยมีแผนกเคมีบำบัด ภายใต้การดูแลของ ทีมสหสาขาวิชาชีพด้านการรักษาโรคมะเร็ง

คลินิกทางเดินปัสสาวะเด็ก  ให้การบริการตรวจวินิจฉัย รักษา และให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคทางเดินปัสสาวะเด็ก

บริการตรวจวินิจฉัยโรคทางเดินปัสสาวะในเด็ก
  • 1.การซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ (Physical Examination by Urologist)
  • 2.การตรวจปัสสาวะเพื่อหาว่ามีเลือดหรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urine Analysis)
  • 3.การเก็บปัสสาวะตรวจเพาะเชื้อทางห้องปฏิบัติการ (Urine Culture)
  • 4.การตรวจ X-ray ฉีดสีเข้าหลอดเลือดดำ (Intravenous Pyelography - IVP) และเมื่อสีขับเข้ากระเพาะปัสสาวะ แพทย์จะสามารถเห็นความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ
  • 5.การตรวจเอกซเรย์พิเศษ เพื่อดูจากทำงานของกระเพาะปัสสาวะในการขับปัสสาวะ (Voiding Cystourethrogram) ซึ่งเป็นการดูว่า กระเพาะปัสสาวะสามารถขับปัสสาวะได้ดีเพียงไร และมีการไหลย้อนกลับของปัสสาวะ (Reflux) ขึ้นไปยังบริเวณไตบ้างหรือไม่ โดยการใส่สายสวนปัสสาวะเข้าไปในท่อปัสสาวะ และใส่สีที่สามารถเอกซเรย์เห็นได้ จากนั้นรังสีแพทย์จะทำการดูว่า มีสีไหลย้อนขึ้นผิดปกติหรือไม่ และการหดตัวของกระเพาะปัสสาวะเป็นอย่างไร
  • 6.การตรวจอัลตราซาวด์ระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อดูความผิดปกติ (Ultrasound KUB System)

บริการด้านการรักษาโรคทางเดินปัสสาวะในเด็ก รับปรึกษาปัญหาเด็กปัสสาวะผิดปกติหรือติดเชื้อทางเดินปัสสาวะทั่วไป

โปรโมชั่นประจำเดือน