ศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง

ผ่าตัด.. เรื่องใหญ่ที่กลายเป็นเรื่องเล็ก ประสบการณ์ของทีมแพทย์ผ่าตัดแผลเล็ก รวมกันกว่า 100 ปี ครอบคลุมการผ่าตัดทรวงอกและช่องท้อง

 

ขอบเขตและการให้บริการ และบริการเฉพาะทาง ศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง

ศูนย์ศัลยกรรมผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลนนทเวช  ให้บริการด้านศัลยกรรมทุกประเภทอย่างครบวงจร 
บริการและศัลยกรรมที่เชี่ยวชาญ
  •  วิสัญญีวิทยา
  •  ศัลยกรรมทรวงอก
  •  ศัลยกรรมทั่วไป
  •  ศัลยกรรมระบบประสาท
  •  ศัลยกรรมสำหรับเด็ก
  •  ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ
  •  ศัลยกรรมหลอดเลือด
ห้องตรวจและเครื่องมือแพทย์
  •  ห้องสำหรับศัลยแพทย์ให้คำปรึกษาส่วนตัว
  •  ห้องให้การรักษา
  •  ห้องผ่าตัดเล็ก
  •  ห้องผ่าตัดที่ทันสมัย
  •  ผู้ป่วยนอก/ศูนย์ศัลยกรรมผู้ป่วยนอก
  •  ศัลยกรรมเลเซอร์
  •  การผ่าตัดเปิดแผลขนาดเล็ก
  •  การใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร
ครอบคลุมการผ่าตัด..เรื่องใหญ่ ที่กลายเป็นเรื่องเล็ก
  •  ผ่าตัดผ่านกล้องปอดและช่องอก                                         ผ่าตัดผ่านกล้องไส้เลื่อน
  •  ผ่าตัดผ่านกล้องต่อมหมวกไต                                             ผ่าตัดลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง
  •  ผ่าตัดผ่านกล้องต่อมลูกหมาก                                             ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะผ่านกล้อง
  •  ผ่าตัดผ่านกล้องนิ่วในถุงน้ำดี                                               ผ่าตัดไส้ติ่งผ่านกล้อง
ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ ให้บริการรักษาผู้ป่วย ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ ท่อไต ไต โดยให้รักษาด้วยยา และการผ่าตัด เช่น
  • - การรักษาโรคปัสสาวะเล็ด
  • - การควบคุมปัสสาวะผิดปกติ (ปัสสาวะบ่อย,ปัสสาวะขัด
  • - ผ่าตัดโรคปัสสาวะเล็ดโดยการใช้ตาข่ายยกท่อปัสสาวะ (Mid urethral sling)
  • - ส่องกล้องดูนิ่วในท่อทางเดินปัสสาวะ (Cystoscope)
  • - กระแทกนิ่ว (Resrogate)
  • - ผ่าตัดท่อไต (Uritherotomy)
  • - ผ่าตัดไต (Nephectormy)
  • - ผ่าตัดต่อมลูกหมาก (T.U.R.)
  • - การผ่าตัดไส้เลื่อน
  • - การผ่าตัดแก้หมันในเพศชายที่ผ่านการทำหมัน
ศัลยกรรมระบบประสาท
  •  ให้การรักษาอาการผิดปกติของระบบประสาทและไขสันหลังด้วยวิธีการผ่าตัด
  •  การผ่าตัด เช่น ภาวะเลือดคั่งในสมอง เนื้องอกในสมอง
  •  การผ่าตัดเส้นเลือดโป่งพองในสมอง
  •  การฟื้นฟูและติดตามผลการรักษา

   ประกอบด้วยทีมศัลยแพทย์ระบบประสาทที่พร้อมให้การรักษาและให้คำปรึกษากับผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติทางสมองและไขสันหลังที่ต้องเข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัด เช่น ภาวะเลือดคั่งในสมอง เนื้องอกในสมอง เส้นเลือดโป่งพองในสมอง ซึ่งแพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาทเหมาะสมโดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วยเป็นหลัก

การฟื้นฟูและติดตามผลการรักษา

   ประกอบด้วยนักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัดที่จะคอยติดตามผลและแนะนำวิธีจัดการกับอาการต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยทีมเวชศาสตร์ฟื้นฟูจะประสานงานกันเพื่อคัดสรรโปรแกรมฟื้นฟูที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายหลังผ่าตัดเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมและเคลื่อนไหวร่างกายได้ดังเดิม นอกจากนี้ยังมีนักโภชนาการที่จะคอยให้คำแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

ศัลยกรรมระบบเส้นเลือด  ให้บริการรักษาและการผ่าตัดหลอดเลือด
  •  การผ่าตัดหลอดเลือดสำหรับฟอกไต โดยใช้เส้นเลือดธรรมชาติ
  •  การผ่าตัดหลอดเลือดสำหรับฟอกไตชนิดกึ่งถาวร
  •  การผ่าตัดหลอดเลือดสำหรับฟอกไตโดยใช้เส้นเลือดเทียม
  •  การผ่าตัดปลูกถ่ายไต
ศัลยกรรมรักษาเส้นเลือดขอด  การให้บริการรักษาและวินิจฉัยจากอาการแสดง แนวทางการบริการการรักษาเส้นเลือดขอดและการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัว โดยทีมศัลยแพทย์และศัลยกรรมหลอดเลือด

สาเหตุที่ทำให้เกิดหลอดเลือดขอด

  •  การทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ เช่น การยืน การนั่ง เป็นเวลานานจะทำให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณขาไม่สะดวก เกิดแรงดันภายในหลอดเลือดดำ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการเส้นเลือดขอด
  •  น้ำหนักตัวที่มากเกินไป ทำให้เกิดแรงดันสูงขึ้นภายในหลอดเลือดที่บริเวณขา เพราะได้รับผลจากการที่ขาต้องแบกรับน้ำหนักมาก เป็นเหตุให้เกิดเส้นเลือดขอดได้
  •  อายุที่เพิ่มขึ้น ผนังหลอดเลือดดำจะมีความยืดหยุ่นน้อยลง ทำให้มีโอกาสเกิดการอุดตันของเส้นเลือดสูง และลิ้นเล็กๆภายในหลอดเลือดเสื่อม ไม่สามารถปิดกั้นการไหลย้อนกลับของเลือดได้
  •  เพศ ผู้หญิงมีโอกาสเป็นเส้นเลือดขอดมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิงเป็นตัวกระตุ้น
  •  การตั้งครรภ์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย และมดลูกที่โตขึ้น ส่งผลกระทบให้เกิดแรงดันภายในหลอดเลือดที่ขาสูงขึ้น จึงทำให้เกิดเส้นเลือดขอดที่ขา ซึ่งปกติจะหายเองภายใน 3 เดือนหลังคลอด
  •  หลอดเลือดขอดพบได้ 12% ของประชากรในประเทศตะวันตก ส่วนอุบัติการณ์ ในประเทศทางตะวันออกจะต่ำกว่า ทั้งนี้อาจมีส่วนสัมพันธ์กับอาหารที่รับประทาน
  •  การสัมผัสแสงนานๆ จะเกิดเส้นเลือดฝอยที่ใบหน้า
  •  กรรมพันธ์ การมีประวัติครอบครัวที่เคยเป็นเส้นเลือดขอดมาก่อน ก็มีสิทธิ์เป็นได้สูง
อาการแสดงของภาวะหลอดเลือดขอด

ระยะแรก มักมีอาการปวดน่อง และจะค่อยๆ รู้สึกผ่อนคลาย
ระยะปานปลาง อาการปวดเมื่อยตามน่องจะเริ่มมากขึ้น และเห็นเส้นเลือดดำโป่งพองบริเวณขาพับ ผิวหนังบริเวณนั้นจะเริ่มมีจุดสีน้ำตาล และมีเส้นเลือดฝอยมากขึ้น อาจมีเส้นเลือดออกตามผิวหนังเพราะเส้นเลือดขอดแตก
ระยะเป็นมาก อาการที่น่ากลัวที่สุดคือการแตกของเส้นเลือดขอด มีอาการตกเลือดอาจพบอาการแทรกซ้อนโรคผิวหนัง และแผลเรื้อรังรักษายาก จนนำไปสู่การเป็นมะเร็งผิวหนังได้ บางรายเป็นที่หลอดอาหาร ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

เมื่อไรจะต้องไปพบแพทย์
  • เส้นเลือดขอดโป่งพองมาก ผิวหนังแดง และเจ็บ ผิวอุ่น แสดงว่ามีการอักเสบ
  •  มีแผลหรือผื่นบริเวณที่เกิดเส้นเลือดขอด
  •  ผิวหนังบริเวณที่เกิดเส้นเลืดขอดหนาตัวและมีสีคล้ำ
  •  มีเลือดออกจากเส้นเลือดขอด
  •  อาการของเส้นเลือดขอดรบกวนคุณภาพชีวิต
  •  เส้นเลือดขอดปรากฎอย่างชัดเจน
การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดขอด
    การวินิจฉัยหลอดเลือดขอด แพทย์จะวินิจฉัยโรคนี้จากประวัติและการตรวจร่างกายทางรังสีวิทยาด้วย Doppler Ultrasound หรือ Duplex Ultrasound ซึ่งจะมีประโยชน์ ในรายที่สงสัยว่ามีความผิดปกติของหลอดเลือดดำส่วนลึก เช่น เคยมีประวัติขาบวม หรือมีแผลที่บริเวณข้อเท้า หรือลักษณะที่น่าสงสัยว่าอาจจะเป็นหลอดเลือดขอดที่เป็นแต่กำเนิด เช่น Klippel-Trenaunay syndrome
การรักษาโรคหลอดเลือดขอด

   การรักษาหลอดเลือดขอดมีหลายวิธี แพทย์จะแนะนำแนวทางรักษาเส้นเลือดขอดโดยพิจารณาจากอาการ และลักษณะของเส้นเลือดที่ขอดของแต่ละบุคคล ตั้งแต่การให้คำแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งประจำที่อยู่นาน ๆ ควบคุมน้ำหนักตัว และหมั่นออกกำลังกายด้วยการเดิน เพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณรอบน่อง ใช้ยานวดบรรเทาอาการ  

สำหรับในบุคคลที่มีอาการเส้นเลือดขอดเกิดขึ้นแล้วนั้น มีวิธีที่สามารถรักษาให้หายได้หลายวิธี แต่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

 การฉีดยาเข้าหลอดเลือดขอด เหมาะกับหลอดเลือดขอดที่มีขนาดเล็กกว่า 3 มิลลิเมตร ที่เป็นแขนงบริเวณผิวหนังโดยที่ยังไม่ปรากฏความผิดปกติของวาลว์ในตัวหลอดเลือดดำ ส่วนตื้นหรือใช้ในกรณีที่ ทำการผ่าตัดรักษาหลอดเลือดขอดไปแล้ว แต่ยังมีหลอดเลือดขอดเล็ก ๆ หลงเหลืออยู่

 การฉีดน้ำเกลือสลายเส้นเลือดขอด  เหมาะกับเส้นเลือดขอดขนาดไม่ใหญ่มากนัก โดยฉีดน้ำเกลือเข้าไปบริเวณที่เป็นเส้นเลือดขอด เพื่อให้น้ำเกลือไปสลายการอุดตัน หรือการคั่งของเลือดให้หลุดออกไป ทำให้เส้นเลือดขอดขดตัวลง ซึ่งอาจต้องฉีดมากว่า 1 ครั้ง

 การฉีด Sclerosing Agent เหมาะกับการฉีดเส้นเลือดขอดที่มีขนาดใหญ่ ลักษณะจะคล้ายกับการฉีดน้ำเกลือ แต่เป็นสารที่มีประสิทธิภาพมากกว่า จะใช้ในกรณีที่ฉีดน้ำเกลือแล้วไม่ได้ผล

 การใช้เลเซอร์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมจะใช้รักษาเส้นเลือดขอดขนาดเล็ก โดยจะส่งพลังงานเข้าไปทำลายเส้นเลือดขอด ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและไม่เจ็บตัวมาก  

 การเจาะด้วยเข็มเอาเลือดที่คั่งออก  เหมาะกับเส้นเลือดที่มีขนาดใหญ่ โดยจะใช้เข็มที่มีขนาดเล็กมาก เจาะเข้าไปบริเวณเส้นเลือดขอดแล้วดูดเอาเลือดที่คั่งออกมา เพื่อให้เส้นเลือดดำบริเวณนั้นไหลเวียนสะดวกมากขึ้น ส่วนใหญ่จะใช้ร่วมกับการรักษาเส้นเลือดขอดวิธีอื่นๆ

 การใส่ถุงน่องทางการแพทย์หรือการพันผ้ายืด  เป็นวิธีเสริม ที่ใช้ป้องกันเส้นเลือดขอดโดยเฉพาะ โดยตัวถุงน่องจะช่วยพยุงกล้ามเนื้อตรงที่เป็นเส้นเลือดขอด มักจะให้ใส่หลังจากได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่น เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นกระชับ ป้องกันการเกิดเส้นเลือดขอดซ้ำ

 การผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดออก  หากใช้วิธีรักษาอื่นไม่ได้ผล จำเป็นต้องกำจัดเส้นเลือดขอดด้วยวิธีผ่าตัด จะใช้กับเส้นเลือดขอดขนาดใหญ่ และมีผลต่อการใช้ชีวิต โอกาสการหายขาดนั้นมีสูงกว่าวิธีอื่น แต่ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากด้วยเช่นกัน และในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการรักษา “เส้นเลือดขอด” โดยการใช้สายสวน Radiofrequency (RF) ถือเป็นหัตถการที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อรักษาเส้นเลือดขอดที่ขา (Varicose veins) เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัด โดยใช้สายสวนสอดเข้าไป และทำให้เกิดความร้อน โดยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency) พลังงานความร้อนจะทำให้เส้นขอดที่มีปัญหาหดตัว ซึ่งร่างกายจะตอบสนองโดยการสร้างเส้นใยทำให้เส้นเลือดขอดนั้นตีบและอุดตันไปในที่สุด ไม่ต้องผ่าตัด แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว

การดูแลตัวเองให้ห่างไกลปัญหาเส้นเลือดขอด
  •   ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้ระบบไหลเวียนดีขึ้น
  •   ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  •   ให้สวมรองเท้าส้นเตี้ยซึ่งจะเพิ่มการไหลเวียนของเลือด หลีกเลี่ยงการใส่กางเกงที่ฟิตๆ
  •   ให้ยกขาสูงครั้งละ10-15 นาที วันละ 3-4 ครั้งโดยยกสูงระดับหน้าอก หรือยกขาสูงเมื่อนอนหรือนั่ง
  •   ห้ามนั่งไขว่ห้าง
  •   ห้ามสวมชุดที่คับเกินไปโดยเฉพาะบริเวณเอว ขาหนีบ
  •   ลดอาหารเค็มเพื่อป้องกันอาการบวม
  •   ถ้าหากต้องนั่งหรือยืนเป็นเวลานานให้ลุกเดินทุกชั่วโมง และขณะนั่งให้บริหารข้อเท้าตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกาสลับกัน เหยียดเท้าและกระดกเท้าทำสลับกัน
  •   หลีกเลี่ยงแสงแดด และสวมเครื่องป้องกันแสงแดดโดยเฉพาะบริเวณบนใบหน้า


  แพคเกจและโปรแกรมตรวจ ศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง 

โปรโมชั่นประจำเดือน