ศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง

ผ่าตัด.. เรื่องใหญ่ที่กลายเป็นเรื่องเล็ก ประสบการณ์ของทีมแพทย์ผ่าตัดแผลเล็ก รวมกันกว่า 100 ปี ครอบคลุมการผ่าตัดทรวงอกและช่องท้อง

 

ขอบเขตและการให้บริการ และบริการเฉพาะทาง ศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง

   ศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง (Advanced Laparoscope Surgery Center) แผลเล็กเจ็บน้อยที่ช่วยให้คุณฟื้นตัวไว ภายใต้แนวคิดพื้นฐานที่จะทำอย่างไรให้การผ่าตัดใหญ่เจาะผ่านและทำลายเนื้อเยื้อของร่างกายให้น้อยที่สุด ด้วยการอาศัยเทคโนโลยีการแพทย์ในปัจจุบันที่ก้าวหน้าร่วมกับทีมแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง ทำการผ่าตัดด้วยการเปิดปากแผลเพียงเล็กน้อยและอาศัยอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับสอดผ่านปากแผลไปยังจุดที่จะทำการรักษา ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก เจ็บปวดน้อย ฟื้นตัวเร็ว ลดค่าใช้จ่าย และลดภาวะการติดเชื้อ แทนการผ่าตัดแบบเดิมๆ

     ครอบคลุมการผ่าตัด..เรื่องใหญ่ ที่กลายเป็นเรื่องเล็ก ดังนี้
  • • ผ่าตัดปอดและช่องอก                 • ผ่าตัดไส้เลื่อน
  • • ผ่าตัดต่อมหมวกไต                     • ผ่าตัดลำไส้ใหญ่
  • • ผ่าตัดต่อมลูกหมาก                     • ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ
  • • ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี
ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ
  1. ให้บริการรักษาผู้ป่วย ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ ท่อไต ไต โดยให้รักษาด้วยยา และการผ่าตัด เช่น
  2. - การรักษาโรคปัสสาวะเล็ด
  3. - การควบคุมปัสสาวะผิดปกติ (ปัสสาวะบ่อย,ปัสสาวะขัด
  4. - ผ่าตัดโรคปัสสาวะเล็ดโดยการใช้ตาข่ายยกท่อปัสสาวะ (Mid urethral sling)
  5. - ส่องกล้องดูนิ่วในท่อทางเดินปัสสาวะ (Cystoscope)
  6. - กระแทกนิ่ว (Resrogate)
  7. - ผ่าตัดท่อไต (Uritherotomy)
  8. - ผ่าตัดไต (Nephectormy)
  9. - ผ่าตัดต่อมลูกหมาก (T.U.R.)
  10. - การผ่าตัดไส้เลื่อน
  11. - การผ่าตัดแก้หมันในเพศชายที่ผ่านการทำหมัน
Ÿ ศัลยกรรมระบบประสาท
  1. ให้บริการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการทางสมอง จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด
  2. - เกี่ยวกับ เส้นประสาท , คอถูกกระดูกทับกดเส้น
  3. - ระบายเลือดที่คั่งในสมองออก
  4. - ผ่าตัดกระดูกกระโหลกศีรษะ
Ÿ ศัลยกรรมระบบเส้นเลือด
  1. ให้บริการรักษาและการผ่าตัดได้แก่
  2. - การผ่าตัดหลอดเลือดสำหรับฟอกไต โดยใช้เส้นเลือดธรรมชาติ
  3. - การผ่าตัดหลอดเลือดสำหรับฟอกไตชนิดกึ่งถาวร
  4. - การผ่าตัดหลอดเลือดสำหรับฟอกไตโดยใช้เส้นเลือดเทียม
  5. - การผ่าตัดเปลี่ยนไต
Ÿ ศัลยกรรมรักษาเส้นเลือดขอด
  1. การให้บริการรักษาและวินิจฉัยจากอาการแสดง แนวทางการบริการการรักษาเส้นเลือดขอดและการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัว โดยทีมศัลยแพทย์และศัลยกรรมหลอดเลือด
  • เส้นเลือดขอดที่ขามี 2 ประเภท คือ
    - เส้นเลือดโป่ง เกิดจากผนังเส้นเลือดบางทำให้เส้นเลือดพองและขดเป็นหยักอาจมีสีเขียวผสมม่วง
  • - เส้นเลือดฝอย ลักษณะเป็นแพแบบเส้นใยแมงมุม (Spider Veins)อยู่ตื้นมีขนาดเล็กสีม่วงหรือแดงมองเห็นคล้ายใยแมงมุม
สาเหตุที่ทำให้เกิดหลอดเลือดขอด
  • - การทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ เช่น การยืน การนั่ง เป็นเวลานานจะทำให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณขาไม่สะดวก เกิดแรงดันภายในหลอดเลือดดำ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการเส้นเลือดขอด
    - น้ำหนักตัวที่มากเกินไป ทำให้เกิดแรงดันสูงขึ้นภายในหลอดเลือดที่บริเวณขา เพราะได้รับผลจากการที่ขาต้องแบกรับน้ำหนักมาก เป็นเหตุให้เกิดเส้นเลือดขอดได้
    - อายุที่เพิ่มขึ้น ผนังหลอดเลือดดำจะมีความยืดหยุ่นน้อยลง ทำให้มีโอกาสเกิดการอุดตันของเส้นเลือดสูง และลิ้นเล็กๆภายในหลอดเลือดเสื่อม ไม่สามารถปิดกั้นการไหลย้อนกลับของเลือดได้
    - เพศ ผู้หญิงมีโอกาสเป็นเส้นเลือดขอดมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิงเป็นตัวกระตุ้น
    - การตั้งครรภ์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย และมดลูกที่โตขึ้น ส่งผลกระทบให้เกิดแรงดันภายในหลอดเลือดที่ขาสูงขึ้น จึงทำให้เกิดเส้นเลือดขอดที่ขา ซึ่งปกติจะหายเองภายใน 3 เดือนหลังคลอด
    - หลอดเลือดขอดพบได้ 12% ของประชากรในประเทศตะวันตก ส่วนอุบัติการณ์ ในประเทศทางตะวันออกจะต่ำกว่า ทั้งนี้อาจมีส่วนสัมพันธ์กับอาหารที่รับประทาน
    - การสัมผัสแสงนานๆ จะเกิดเส้นเลือดฝอยที่ใบหน้า
    - กรรมพันธ์ การมีประวัติครอบครัวที่เคยเป็นเส้นเลือดขอดมาก่อน ก็มีสิทธิ์เป็นได้สูง
  • อาการแสดงของภาวะหลอดเลือดขอด
  •      ระยะแรก มักมีอาการปวดน่อง และจะค่อยๆ รู้สึกผ่อนคลาย
  •      ระยะปานปลาง อาการปวดเมื่อยตามน่องจะเริ่มมากขึ้น และเห็นเส้นเลือดดำโป่งพองบริเวณขาพับ ผิวหนังบริเวณนั้นจะเริ่มมีจุดสีน้ำตาล และมีเส้นเลือดฝอยมากขึ้น อาจมีเส้นเลือดออกตามผิวหนังเพราะเส้นเลือดขอดแตก
         ระยะเป็นมาก อาการที่น่ากลัวที่สุดคือการแตกของเส้นเลือดขอด มีอาการตกเลือดอาจพบอาการแทรกซ้อนโรคผิวหนัง และแผลเรื้อรังรักษายาก จนนำไปสู่การเป็นมะเร็งผิวหนังได้ บางรายเป็นที่หลอดอาหาร ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
  • เมื่อไรจะต้องไปพบแพทย์
  • - เส้นเลือดขอดโป่งพองมาก ผิวหนังแดง และเจ็บ ผิวอุ่น แสดงว่ามีการอักเสบ
  • - มีแผลหรือผื่นบริเวณที่เกิดเส้นเลือดขอด
  • - ผิวหนังบริเวณที่เกิดเส้นเลืดขอดหนาตัวและมีสีคล้ำ
  • - มีเลือดออกจากเส้นเลือดขอด
  • - อาการของเส้นเลือดขอดรบกวนคุณภาพชีวิต
  • - เส้นเลือดขอดปรากฎอย่างชัดเจน
  • การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดขอด
  •      การวินิจฉัยหลอดเลือดขอด แพทย์จะวินิจฉัยโรคนี้จากประวัติและการตรวจร่างกายทางรังสีวิทยาด้วย Doppler Ultrasound หรือ Duplex Ultrasound ซึ่งจะมีประโยชน์ ในรายที่สงสัยว่ามีความผิดปกติของหลอดเลือดดำส่วนลึก เช่น เคยมีประวัติขาบวม หรือมีแผลที่บริเวณข้อเท้า หรือลักษณะที่น่าสงสัยว่าอาจจะเป็นหลอดเลือดขอดที่เป็นแต่กำเนิด เช่น Klippel-Trenaunay syndrome
  •  
  • การรักษาโรคหลอดเลือดขอด
  •      การรักษาหลอดเลือดขอดมีหลายวิธี แพทย์จะแนะนำแนวทางรักษาเส้นเลือดขอดโดยพิจารณาจากอาการ และลักษณะของเส้นเลือดที่ขอดของแต่ละบุคคล ตั้งแต่การให้คำแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งประจำที่อยู่นาน ๆ ควบคุมน้ำหนักตัว และหมั่นออกกำลังกายด้วยการเดิน เพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณรอบน่อง ใช้ยานวดบรรเทาอาการ  
  •      สำหรับในบุคคลที่มีอาการเส้นเลือดขอดเกิดขึ้นแล้วนั้น มีวิธีที่สามารถรักษาให้หายได้หลายวิธี แต่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  •    การฉีดยาเข้าหลอดเลือดขอด เหมาะกับหลอดเลือดขอดที่มีขนาดเล็กกว่า 3 มิลลิเมตร ที่เป็นแขนงบริเวณผิวหนังโดยที่ยังไม่ปรากฏความผิดปกติของวาลว์ในตัวหลอดเลือดดำ ส่วนตื้นหรือใช้ในกรณีที่ ทำการผ่าตัดรักษาหลอดเลือดขอดไปแล้ว แต่ยังมีหลอดเลือดขอดเล็ก ๆ หลงเหลืออยู่
  •    การฉีดน้ำเกลือสลายเส้นเลือดขอด  เหมาะกับเส้นเลือดขอดขนาดไม่ใหญ่มากนัก โดยฉีดน้ำเกลือเข้าไปบริเวณที่เป็นเส้นเลือดขอด เพื่อให้น้ำเกลือไปสลายการอุดตัน หรือการคั่งของเลือดให้หลุดออกไป ทำให้เส้นเลือดขอดขดตัวลง ซึ่งอาจต้องฉีดมากว่า 1 ครั้ง
  •    การฉีด Sclerosing Agent เหมาะกับการฉีดเส้นเลือดขอดที่มีขนาดใหญ่ ลักษณะจะคล้ายกับการฉีดน้ำเกลือ แต่เป็นสารที่มีประสิทธิภาพมากกว่า จะใช้ในกรณีที่ฉีดน้ำเกลือแล้วไม่ได้ผล
  •    การใช้เลเซอร์ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมจะใช้รักษาเส้นเลือดขอดขนาดเล็ก โดยจะส่งพลังงานเข้าไปทำลายเส้นเลือดขอด ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและไม่เจ็บตัวมาก  
  •    การเจาะด้วยเข็มเอาเลือดที่คั่งออก  เหมาะกับเส้นเลือดที่มีขนาดใหญ่ โดยจะใช้เข็มที่มีขนาดเล็กมาก เจาะเข้าไปบริเวณเส้นเลือดขอดแล้วดูดเอาเลือดที่คั่งออกมา เพื่อให้เส้นเลือดดำบริเวณนั้นไหลเวียนสะดวกมากขึ้น ส่วนใหญ่จะใช้ร่วมกับการรักษาเส้นเลือดขอดวิธีอื่นๆ
  •    ใส่ถุงน่องทางการแพทย์หรือการพันผ้ายืด  เป็นวิธีเสริม ที่ใช้ป้องกันเส้นเลือดขอดโดยเฉพาะ โดยตัวถุงน่องจะช่วยพยุงกล้ามเนื้อตรงที่เป็นเส้นเลือดขอด มักจะให้ใส่หลังจากได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่น เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นกระชับ ป้องกันการเกิดเส้นเลือดขอดซ้ำ
  •    การผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดออก  หากใช้วิธีรักษาอื่นไม่ได้ผล จำเป็นต้องกำจัดเส้นเลือดขอดด้วยวิธีผ่าตัด จะใช้กับเส้นเลือดขอดขนาดใหญ่ และมีผลต่อการใช้ชีวิต โอกาสการหายขาดนั้นมีสูงกว่าวิธีอื่น แต่ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากด้วยเช่นกัน และในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการรักษา “เส้นเลือดขอด” โดยการใช้สายสวน Radiofrequency (RF) ถือเป็นหัตถการที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อรักษาเส้นเลือดขอดที่ขา (Varicose veins) เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัด โดยใช้สายสวนสอดเข้าไป และทำให้เกิดความร้อน โดยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency) พลังงานความร้อนจะทำให้เส้นขอดที่มีปัญหาหดตัว ซึ่งร่างกายจะตอบสนองโดยการสร้างเส้นใยทำให้เส้นเลือดขอดนั้นตีบและอุดตันไปในที่สุด ไม่ต้องผ่าตัด แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว
  • การดูแลตัวเองให้ห่างไกลปัญหาเส้นเลือดขอด
  • - ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้ระบบไหลเวียนดีขึ้น
  • - ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • - ให้สวมรองเท้าส้นเตี้ยซึ่งจะเพิ่มการไหลเวียนของเลือด หลีกเลี่ยงการใส่กางเกงที่ฟิตๆ
  • - ให้ยกขาสูงครั้งละ10-15 นาที วันละ 3-4 ครั้งโดยยกสูงระดับหน้าอก หรือยกขาสูงเมื่อนอนหรือนั่ง
  • - ห้ามนั่งไขว่ห้าง
  • - ห้ามสวมชุดที่คับเกินไปโดยเฉพาะบริเวณเอว ขาหนีบ
  • - ลดอาหารเค็มเพื่อป้องกันอาการบวม
  • - ถ้าหากต้องนั่งหรือยืนเป็นเวลานานให้ลุกเดินทุกชั่วโมง และขณะนั่งให้บริหารข้อเท้าตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกาสลับกัน เหยียดเท้าและกระดกเท้าทำสลับกัน
  • - หลีกเลี่ยงแสงแดด และสวมเครื่องป้องกันแสงแดดโดยเฉพาะบริเวณบนใบหน้า
  •  
โรคเส้นเลือดขอด ฝันร้ายของใครหลายคน โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ถนุถนอมเรียวขาคู่สวยมาเป็นอย่างดี แต่ต้องเผชิญกับภัยเงียบ อันเนื่องมาจากกิจวัตรประจำวันของตัวเอง เพราะเส้นเลือดขอด พบมากกับผู้หญิง ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีน้ำหนักมาก

     เส้นเลือดขอด เป็นโรคที่หลอดเลือดดำในบริเวณใต้ผิวหนังชั้นตื้นมีการโตขยายขนาด คดเคี้ยว ซึ่งสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เป็นภาวะที่มีความผิดปกติของหลอดเลือดดำส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณขา หลอดเลือดดำที่ขาจะถูกลำเลียงกลับไปยังหัวใจในความดันประมาณ 20 มิลลิเมตรปรอท โดยที่เลือดในกล้ามเนื้อขาจะเข้าไปในหลอดเลือดดำส่วนลึก ส่วนเลือดจากผิวหนังและเนื้อเยื่อที่อยู่รอบนอกจะไหลไปตามหลอดเลือดดำ เมื่อมีความผิดปกติของการรวมกันของหลอดเลือดดำที่ตำแหน่งนี้จะทำให้ เลือดย้อนลงตามหลอดเลือดดำส่วนตื้น ทำให้มีการโป่งขยายตัวของหลอดเลือดดำส่วนปลายที่เรียกว่า ภาวะหลอดเลือดขอด ซึ่งเป็นความผิดปกติของหลอดเลือดดำที่ทำให้ผู้ป่วยต้องมารับการรักษาจากแพทย์ที่พบบ่อยที่สุด