ไข้เลือดออกและวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก

ไข้เลือดออกและวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก

     “ไข้เลือดออก” เป็นโรคติดเชื้อที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส ชื่อ เดงกี่ ( Dengue virus ) โดยมียุงลาย เป็นพาหะของโรค เชื้อไวรัสเดงกี่มีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ แต่ละปีอาจจะมีการแพร่เชื้อสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง ไม่แน่นอน การระบาด มักพบตลอดทั้งปี แต่พบบ่อยในช่วงหน้าฝน เนื่องจาก ยุงลายชุกชุม ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม ทุกปี โดยมักพบใน อายุ 15 - 24 ปี มากที่สุด ต่างจากในอดีตที่พบในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 9 ปี

ภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้เลือดออก
   โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่รุนแรง หากไม่ได้รับการรักษา อาจจะมีอันตรายถึงชีวิตได้จากภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดออกในอวัยวะต่างๆ  ภาวะตับวาย ซึ่งจะทำให้ระบบต่างๆของร่างกายเสียไป จนไม่อาจกลับมาเป็นปกติได้

การวินิจฉัยโรคไข้เลือดออก
   ปัจจุบันเราสามารถตรวจเชื้อไข้เลือดออกจากการตรวจเลือดได้ และสามารถดูระดับความรุนแรงจากการตรวจเกร็ดเลือด รวมทั้งการตรวจแยกโรคจากเชื้อไวรัสอื่นๆได้

วิธีรักษาโรคไข้เลือดออก
   ปัจจุบันไม่มียารักษาโรคไข้เลือดออกโดยตรง การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ ป้องกันไม่ได้ มีภาวะช็อคหรือภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

   ผู้ป่วยที่เป็นสุภาพสตรีหรือพ่อแม่ที่มีบุตรสาวป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกบางรายอาจจะอยู่ในช่วงที่กำลังมีประจำเดือน ซึ่งจะทำให้มีโอกาสเลือดออกมาก จนมีอันตรายได้ ดังนั้นคุณพ่อ/คุณแม่/หรือผู้ป่วย ควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยเพื่อให้การระมัดระวัง บางกรณีแพทย์อาจจะพิจารณาให้ยาเพื่อควบคุมประจำเดือนไว้ก่อน จนสิ้นระยะวิกฤตของไข้เลือดออก

การป้องกันไช้เลือดออก
   
เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากยุงกัด ดังนั้นยังจำเป็นต้องป้องกันไม่ให้ยุงลายที่เป็นพาหะของโรค แต่ในปัจจุบันมีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคไข้เลือดออกได้แล้ว


   วัคซีนสามารถฉีด ตั้งแต่ อายุ 9 ปี เป็นต้นไป เพราะวัยนี้เป็นวัยที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคสูงสุด จึงพบว่ามีความคุ้มค่ามากที่สุด โดยฉีด 3 ครั้ง ห่างกัน 6 เดือน ทางโรงพยาบาลนนทเวช มีความพร้อมในการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวัคซีนอย่างละเอียด


ด้วยความปรารถนาดีจาก

นพ.วีระกิจ หิรัญวิวัฒน์กุล
กุมารแพทย์ประจำศูนย์เด็กและวัยรุ่น
(Children and Teens Center)
โรงพยาบาลนนทเวช

March 01, 2017