ศูนย์เบาหวาน

ศูนย์เบาหวานโรงพยาบาลนนทเวช ให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยเบาหวานแบบครบวงจร ภายใต้การดูแลจากทีมแพทย์เชี่ยวชาญด้านเบาหวานและต่อมไร้ท่อ รวมทั้งมีการส่งเสริมให้ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานเพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและญาติได้รับคำแนะนำที่ถูกวิธี ในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน และการรับประทานอาหารที่เหมาะสมโดยนักกำหนดอาหารเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข

ขอบเขตการให้บริการ และ บริการเฉพาะทาง ศูนย์เบาหวาน

     ศูนย์เบาหวานโรงพยาบาลนนทเวช  ให้บริการประเมินความเสี่ยง วินิจฉัยและรักษาโรคเบาหวานอย่างครบวงจร ภายใต้การดูแลจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเบาหวานและต่อมไร้ท่อ  พยาบาล นักกำหนดอาหาร เภสัชกรฯ  พร้อมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวาน  เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและญาติได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพ  แนวทางการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม  เพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาว  
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานที่พบบ่อยๆ แบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ชนิด คือ

ชนิดที่ 1 เกิดจากการขาดฮอร์โมนอินซูลินอย่างสิ้นเชิง ทำให้ต้องใช้อินซูลินในการรักษา
ชนิดที่ 2 เกิดจากความผิดปกติสำคัญ 2 อย่าง คือ การขาดฮอร์โมนอินซูลินและการดื้อต่อฤทธิ์ของฮอร์โมนอิซูลิน (ต่อไปจะใช้คำว่าภาวะดื้อต่ออินซูลิน)  อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่มาจากตับอ่อน  มีความสำคัญมากในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติอยู่ตลอดเวลา

อาการบ่งชี้ของโรคเบาหวาน

หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลด เป็นแผลแล้วหายยาก มีอาการชาปลายมือปลายเท้า มีมดขึ้นปัสสาวะ

โรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน แบ่งออกเป็น

     โรคแทรกซ้อนเฉียบพลัน ได้แก่ น้ำตาลในเลือดต่ำ และน้ำตาลในเลือดสูงมาก ซึ่งอาจเกิดร่วมกับภาวะเลือดเป็นกรด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจถึงขึ้นเสียชีวิตได้

     โรคแทรกซ้อนเรื้อรัง ส่วนใหญ่เกิดจากน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานหลายปี อันเป็นผลจากภาวะดื้อต่ออินซูลินในระยะแรก ตามด้วยภาวะขาดอินซูลิน ทำให้โครงสร้างและหน้าที่ของหลอดเลือดผิดปกติ โดยเฉพาะหลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่หัวใจ ไต จอประสาทตา และเท้า มีผลทำให้เกิดเส้นเลือดหัวใจตีบตัน  ไตวาย จอประสาทตาเสื่อม เป็นแผลเรื้อรังที่เท้า อาจทำให้ต้องตัดนิ้ว หรือเท้า หรือเกิดเส้นเลือดในสมองตีบ แตก เป็นสาเหตุให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต

  • การเสื่อมของประสาทส่วนปลาย
    ขณะนี้ยังไม่มีวิธีที่ดีพอสำหรับป้องกันไม่ให้เกิด แต่อาจทำให้เกิดช้าลงหรือความรุนแรงน้อยลง โดยการควบคุมเบาหวาน รักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกับคนปกติ ร่วมกับการดูแลเท้าและตาอย่างเหมาะสม
  • การดูแลระวังรักษาเท้าผู้ป่วยเบาหวาน
    การดูแลระวังรักษาเท้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้เป็นเบาหวาน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวาน มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดแผลเรื้อรัง หรือเกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงมากกว่าคนปกติ ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ดีพอ อาจลุกลามถึงต้องเสียนิ้วหรือเสียขา สิ่งเหล่านี้สามารถป้องกันได้โดยการเอาใจใส่สำรวจเท้าทุกวัน ถ้าเกิดความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ทันที

ข้อแนะนำ... สวมรองเท้าทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เลือกรองเท้าที่ไม่คับ ไม่หลวมเกินไป งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการนั่งไขว้ขา เพราะจะทำให้การไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงเท้าไม่สะดวก

การตรวจวินิจฉัยและรักษา
  • การตรวจเพื่อค้นหาความเสี่ยงเบื้องต้นต่อกลุ่มโรคเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) โดยคำนวนจากค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index  : BMI) และตรวจวิเคราะห์สารประกอบของร่างกายด้วยเครื่อง Inbody

     ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) เป็นการดูความสัมพันธ์ ระหว่างน้ำหนักและส่วนสูง เนื่องจากคนเราเมื่อสูงถึงจุดหนึ่งแล้วก็จะหยุดสูง มีแต่น้ำหนักเท่านั้นที่จะเพิ่มขึ้น  ซึ่งน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น มีผลต่อสุขภาพ  นำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และเส้นเลือดหัวใจอุดตัน คนที่มีดัชนีมวลกายสูงจะมีไขมันในร่างกายมากกว่าปกติ  ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และเส้นเลือดหัวใจอุดตัน

  • การตรวจสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ให้คำแนะนำและคำปรึกษาเพื่อค้นหาภาวะเสี่ยง ติดตามตรวจรักษาประเมินการควบคุมเบาหวานอย่างต่อเนื่อง และป้องกันโรคแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน รวมทั้งประเมินความผิดปกติจากโรคเบาหวาน โดยอายุรแพทย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเบาหวานและต่อมไร้ท่อ
  • การตรวจสุขภาพเท้าโดยละเอียด เพื่อค้นหาแผลเรื้อรังและความเสี่ยงในการเกิดแผลเบาหวาน พร้อมให้คำแนะนำการเลือกรองเท้าที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดแผล อุบัติเหตุจากการตัดเล็บ หรือการขูดหนังหนาที่ไม่ถูกวิธีโดยบุคลากรที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง
  • การตรวจวัดภาวะหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน  (Ankle Brachial Index) เพื่อประเมินความเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเกิดโรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ
  • การตรวจจอประสาทตา ให้บริการตรวจสุขภาพตาและจอประสาทตา ด้วยเทคโนโลยีการถ่ายภาพจอประสาทตา 200 องศา Fundus Camera ใช้เวลาเพียง 2 นาทีในการถ่ายภาพ สามารถตรวจสุขภาพตาและจอประสาทตาในผู้ป่วยเบาหวานได้ทันที โดยไม่ต้องขยายม่านตาโดยจักษุแพทย์ เพื่อดูการแทรกซ้อนของเบาหวานในตา เพื่อที่จะให้การรักษาได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

  • การตรวจการทำงานของไต โดยการตรวจปัสสาวะหาไมโครอัลบูมิน และตรวจเลือดดูการสะสมของเสียจากไตในกระแสเลือด
  • การตรวจการทำงานของหัวใจและประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โดยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและการตรวจสมรรถภาพการทำงานของหัวใจขณะออกกำลังกาย เพื่อดูการทำงานของหัวใจและจังหวะการเต้นของหัวใจ
การรักษา
  • การรักษาแผลเท้าเบาหวานที่เกิดจากโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบหรือตัน โดยวิธีไม่ต้องผ่าตัด และวิธีการผ่าตัดโดยการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน หรือใส่ Stent (Endovascular Surgery)
  • การผ่าตัดต่อเส้นเลือดที่ขา เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงที่เท้า ทำให้ผู้ป่วยไม่เสี่ยงกับการถูกตัดนิ้วหรือขาเพราะเกิดภาวะหลอดเลือดที่ขาตีบตัน
บริการให้ความรู้ข้อมูลโรคเบาหวาน
  • บริการให้คำแนะนำ ในการปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันและการรับประทานอาหารและยาที่เหมาะสม โดยนักกำหนดอาหาร พยาบาล และเภสัชกร เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและญาติได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาว