รู้ทันป้องกันลูกรักจากโรคภูมิแพ้

รู้ทันป้องกันลูกรักจากโรคภูมิแพ้

  1. โรคภูมิแพ้ในเด็ก แบ่งเป็น 4 ชนิดใหญ่ๆได้แก่
    • ​1.โรคแพ้อาหาร : พบได้ตั้งแต่อายุน้อย โดยอาหารที่เป็นสาเหตุของอาการแพ้มากที่สุด ได้แก่ นมวัว นมถั่วเหลือง ถั่วลิสง แป้งสาลี ไข่ และอาหารทะเล
  • 2.โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ : เป็นโรคที่มีอาการผื่นคันบริเวณผิวหนัง โดยตำแหน่งของผื่นมักเกิดขึ้นอยู่กับ
    • ช่วงอายุ
      • - ระยะเด็กเล็ก ผื่นมักจะพบที่แก้ม หน้าผาก หนังศีรษะ ข้อศอก หัวเข่า
      • - ระยะเด็กโต พบผื่นที่บริเวณข้อพับแขน ขา ข้อเท้า รวมถึงมือและเท้า
      • - ระยะผู้ใหญ่ พบผื่นที่ข้อพับ หน้า คอ มือและเท้า
    • *ผู้ป่วยจะมีผื่นคันมากขึ้นเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้น ซึ่งโดยทั่วไปในเด็กเล็กสิ่งกระตุ้น คือ "อาหารที่แพ้"
  • 3.โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ : ผู้ป่วยจะมีอาการจาม คันจมูก น้ำมูกไหล และแน่นจมูก โดยส่วนใหญ่มักจะมีอาการมากในช่วงเช้าหรือเมื่อได้รับสารก่อภูมิแพ้
  • 4.โรคหืด : ถ้าเป็นไม่มาก อาจเริ่มมีอาการไอในช่วงกลางคืนเหนื่อยง่าย ออกกำลังกายแล้วเหนื่อย และถ้ายิ่งได้รับสิ่งกระตุ้น เช่น สารก่อภูมิแพ้ หรือสารระคายเคืองต่างๆ จะทำให้มีอาการหอบหืดหายใจเสียงดังวี้ดๆ
  1. การป้องกันโรคภูมิแพ้
  2. การป้องกันโรคภูมิแพ้แบ่งเป็น 3 ระดับ
  • ​การป้องกันระดับที่ 1 คือ การป้องกันเมื่อยังไม่มีการกระตุ้นเกิดขึ้น เช่นป้องกันเด็กในครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงในครอบครัวที่มีภูมิแพ้ หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และสารระคายเคืองต่างๆ เช่น ควันบุหรี และการให้เด็กดื่มนมมารดาจะสามารถป้องกันไม่ให้เด็กเหล่านี้เกิดโรคภูมิแพ้ขึ้นได้
  • การป้องกันระดับที่ 2 คือ การป้องกันหลังจากเกิดการ กระตุ้นแต่ยังไม่มีอาการ เช่น การป้องกันเด็กที่แพ้อาหาร หรือเป็นผื่นผิวหนังอักเสบไม่ให้มีอาการหอบหืดตามมา โดยการรีบวินิจฉัยอาหารที่เป็นสาเหตุการแพ้ เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะกระตุ้นให้อาการมากขึ้น
  • การป้องกันระดับที่ 3 คือ การป้องกันหลังจากอาการของโรคภูมิแพ้เกิดขึ้นแล้ว อย่างที่ทำอยู่ทั่วไป เช่น การควบคุมสิ่งแวดล้อม การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ และการป้องกันโดยการใช้ยาเพื่อควบคุมอาการแพ้
  1. รับประทานอย่างไรจึงป้องกันโรคภูมิแพ้ได้
• กรณีที่ไม่สามารถให้นมมารดาได้ ควรเลี้ยงบุตรด้วยนมสูตรพิเศษจนกระทั่งเด็กมีอายุ 1 ปี
  • เด็กที่มีประวัติครอบครัวที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มนมและรับประทานอาหารที่มีโปรตีนซึ่งก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย โดยมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้
  • • ดื่มนมมารดาอย่างน้อย 6 เดือน แต่ไม่ต้องจำกัดอาหารเป็นพิเศษสำหรับมารดาช่วงระยะตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  • • ไม่แนะนำให้ดื่มนมถั่วเหลือง นมแพะ นมแกะ ทั้งนี้เนื่องจากมีโอกาสที่จะทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้เช่นเดียวกับการแพ้นมวัว
  • • ควรให้อาหารเสริมเมื่อเด็กมีอายุ 4-6 เดือน โดยแนะนำให้เด็กรับประทานอาหารเสริมทีละชนิด และสังเกตุว่ามีการแพ้อาหารที่ให้หรือไม่ภายในหนึ่งสัปดาห์ ก่อนที่จะให้อาหารเสริมชนิดใหม่ อาหารเสริมที่ทำให้เกิดอาการแพ้น้อย ได้แก่ ข้าวบด ฟักทอง หมู ไก่ ผักใบเขียว
  •       นอกจากการรับประทานอาหารที่เหมาะสมแล้ว ควรหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน เช่น ไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง เชื้อรา แมลงสาบ โดย ใช้เครื่องเรือนน้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องนอน งดใช้พรมปูพื้น ไม่ใช้เครื่องเรือนที่บุด้วยผ้า ดูดฝุ่น เช็ดถูทำความสะอาดพื้นและเครื่องเรือน เพื่อขจัดฝุ่นละอองเป็นประจำ ไม่เลี้ยงสัตว์ที่มีขน เช่น สุนัข แมว ภายในบ้าน
  •       การปฏิบัติตัวดังกล่าว และระวังไม่ให้เด็กได้รับควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย ควันไฟ ฝุ่นละอองจากแหล่งต่างๆ ตั้งแต่อายุน้อยๆสามารถป้องกันโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจได้โดย คุณพ่อคุณแม่สามารถขอคำปรึกษาจากกุมารแพทย์หรือพาลูกน้อยเข้ารับการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Allergy Skin Test) เพื่อการตรวจหาปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้ผ่านทางการสะกิดหรือฉีดบริเวณผิวหนัง (หลังการทดสอบจะมีรอยบวมแดงเล็กน้อยในบริเวณผิวทดสอบ แล้วจะหายไปภายใน 1-2 ชั่วโมง) ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ได้ที่ศูนย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลนนทเวช ได้แล้ววันนี้
  1.