ศูนย์ตรวจการนอนหลับ

ภาวะนอนกรนที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น(obstructive sleep apnea) เป็นภาวะที่พบได้บ่อย ซึ่งทำให้ให้เกิดอาการผิดปกติ  เช่น หยุดหายใจขณะหลับ, หายใจเฮือก,หลับไม่สนิท, ปัสสาวะบ่อยกลางคืน, ปวดศีรษะตอนเช้า, ง่วงนอนกลางวัน เป็นต้น นอกจากนี้มีข้อมูลว่าโรคดังกล่าวอาจส่งผล ต่อภาวะความผิดปกติของหัวใจ, ความดันโลหิตสูง, หลอดเลือดสมองตีบ,เบาหวาน,กรดไหลย้อน, ความจำลดลง  หรือแม้แต่ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ขอบเขตการให้บริการ และบริการเฉพาะทาง ศูนย์ตรวจการนอนหลับ

การบริการ
  • 1.ให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคความผิดปกติการนอนหลับ อาทิเช่น ภาวะนอนกรน, ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น, นอนหลับไม่สนิท, นอนละเมอ, นอนกัดฟัน ,นอนขากระตุก, ภาวะการเคลื่อนไหวผิดปกติขณะหลับ หรือแม้แต่ภาวะง่วงนอนมากในช่วงเวลากลางวัน  ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคความผิดปกติการนอนหลับ(sleep specialist), แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ (pulmologist) และแพทย์หู คอ จมูก (ENT)
  • 2.ให้บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพการนอนหลับ (polysomnography) หรือ sleep test โดยเป็นการตรวจในโรงพยาบาลและมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการนอนหลับเป็นผู้ดูแล เพื่อหาความผิดปกติของการนอนหลับ
  • 3. ประเภทของของ (polysomnography/sleep test) ที่ตรวจ
    • 3.1 ให้บริการตรวจ full-night polysomnography เป็นการตรวจการนอนหลับทั้งคืนเพื่อสังเกตความผิดปกติและพฤติกรรมที่เกิดขึ้นขณะหลับ
    • 3.2.ให้บริการตรวจ split-night polysomnigraphy เป็นการตรวจการนอนหลับทั้งคืนเพื่อสังเกตความผิดปกติและพฤติกรรมที่เกิดขึ้นขณะหลับร่วมกับการรักษาโดยใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก(CPAP)ในช่วงครึ่งคืนหลังเพื่อหาค่าแรงดันบวกที่เหมาะสมในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น
    • 3.3 ให้บริการตรวจ PAP-titration study เป็นการตรวจเพื่อหาค่าแรงดันบวกที่เหมาะสม(CPAP) ในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น
  • 4. ให้บริการตรวจวิเคราะห์ความง่วงนอนผิดปกติที่อาจเกิดจากภาวะลมลับ (Multiple Sleep Latency Test/MSLT)  ซึ่งเป็นการตรวจในโรงพยาบาลช่วงกลางวัน
  • 5. ให้การแปลผลตรวจการนอนหลับโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมโรคการนอนหลับแห่งประเทศไทย
  • 6.ให้คำแนะนำในด้านการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น(OSA) เช่นการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก(CPAP/BPAP)
  • 7. ให้บริการในผู้ป่วยที่อายุตั้งแต่  15 ปีขึ้นไป
ห้องตรวจและเครื่องมือทางการแพทย์
  • 1.การตรวจการนอนหลับ (polysomnography)  ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจดังต่อไปนี้
    • 1.1การตรวจวัดคลื่นสมอง และการกรอกตา เพื่อวัดระดับความลึกของการนอนหลับ
    • 1.2ตรวจวัดความตึงตัวของกล้ามเนื้อขณะหลับ
    • 1.3.ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
    • 1.4.ตรวจวัดคุณภาพลมหายใจที่ผ่านเข้าออกทางจมูกและปาก
    • 1.5.ตรวจวัดการเคลื่อนใหวของทรวงอกและท้องขณะหายใจ
    • 1.6.ตรวจวัดระดับความเข้มข้นของออกซิเจนขณะนอนหลับ
    • 1.7 ตรวจวัดระดับความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขณะนอนหลับ
    • 1.8ตรวจวัดระดับของการกรน
    • 1.9 ตรวจลักษณะท่านอนขณะหลับ
    • 1.10 ตรวจบันทึกความผิดปกติของการเคลื่นไหวระหว่างนอนหลับ
    • 1.11 ให้การรักษาโดยเครื่องอัดอากาศแรงดันบวกเพื่อหาระดับความดันที่เหมาะสมในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (PAP titration)
  • ​2. การตรวจภาวะง่วงนอน (Multiple Sleep Latency Test/ MSLT) เพื่อหาสาเหตุอาการง่วงนอนผิดปกติ โดยเป็นการตรวจสังเกตในห้องตรวจการนอนหลับ
  •  

โรคความผิดปกติการนอนหลับ

   ภาวะนอนกรนที่เกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (obstructive sleep apnea) เป็นภาวะที่พบได้บ่อย ซึ่งทำให้ให้เกิดอาการผิดปกติ  เช่น หยุดหายใจขณะหลับ, หายใจเฮือก,หลับไม่สนิท, ปัสสาวะบ่อยกลางคืน, ปวดศีรษะตอนเช้า, ง่วงนอนกลางวัน เป็นต้น นอกจากนี้มีข้อมูลว่าโรคดังกล่าวอาจส่งผล ต่อภาวะความผิดปกติของหัวใจ, ความดันโลหิตสูง, หลอดเลือดสมองตีบ,เบาหวาน,กรดไหลย้อน, ความจำลดลง  หรือแม้แต่ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

 เพราะการนอนหลับที่ผิดปกติ ส่งผลต่อภาวะความผิดปกติของ...ความจำลดลง...เบาหวาน...กรดไหลย้อน...ความดันโลหิตสูง...หลอดเลือดสมองตีบ...หัวใจ...ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ...หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการดังกล่าวแนะนำพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุและแนวทางการรักษา 
  • Snoring คุณนอนกรนดังหรือไม่ (ดังกว่าเสียงพูดหรือดังจนได้ยินออกไปนอกห้อง)
  • Tired คุณมักรู้สึกอ่อนเพลีย ล้า หรือง่วงนอนในระหว่างกลางวันบ่อยๆหรือไม่
  • Observe มีคนเคยสังเกตว่าคุณหยุดหายใจขณะที่หลับอยู่หรือไม่
  • Pressure คุณมีความดันโลหิตสูง หรือกำลังรักษาความดันโลหิตอยู่หรือไม่
  • BMI ค่า BMI เกิน 35 kg/m2
  • Age อายุเกิน 50 ปี หรือไม่  
  • Neck size เส้นรอบวงคอมากกว่า 40 ซม. หรือไม่
  • Gender เพศชาย                  

Reference:  Wish Banhiran MD. Diagnostic Properties of the STOP-Bang and Its Modified Version in Screening for Obstructive Sleep Apnea in Thai Patients. J Med Assoc Thai. 2014;97 (6): 644-54.

 “ถ้าหากประเมินคร่าว ๆ จากสูตรนี้แล้ว ใครที่เข้าข่าย 3 ใน 8 ข้อ แนะนำว่าน่าจะเข้ามารับการตรวจ เพื่อวินิจฉัยและหากพบความผิดปกติควรเข้ารับการรักษาแต่เนิ่น”

Program การตรวจ ประกอบไปด้วย

  • 1.พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคความผิดปกติของการนอนหลับ,อายุรกรรมโรคปอด, แพทย์ หู คอ จมูกเพื่อทำการซักประวัติ, ตรวจร่างกายเพื่อการวินิจฉัยโรค
  • 2. ตรวจคุณภาพการนอนหลับโดยเครื่องมือตรวจการนอนหลับ (polysomnogram) Level I ณ โรงพยาบาล ซึ่งประเมินปัจจัยต่างๆของการนอน ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น
  •  
  •  ตรวจวิเคราะห์หาความผิดปกติของการนอนหลับด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Polysomnography) เป็นการตรวจด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย สามารถบอกได้ว่าคุณภาพในการนอนเป็นอย่างไร เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์ความผิดปกติของการนอนหลับ
  •     ♦ การนอนกรน
        ♦ การนอนหลับไม่สนิท
        ♦ การนอนกัดฟัน
        ♦ การนอนขากระตุกขณะหลับ

สำหรับการรักษา ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น(obstructive sleep apnea)ประกอบไปด้วย

  •  การรักษาด้วยเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP)
  •  การรักษาด้วยทันตอุปกรณ์ (oral appliance)
  •  การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดทางเดินหายใจ
  •  การรักษาอื่นๆ  เช่นหลีกเลียงการนอนหงาย, การลดน้ำหนัก หรือการฝึกกล้ามเนื้อคอหอยเพื่อเพิ่มแรงคงตัว เป็นต้น
  •  
  •  แทนที่จะปล่อยให้เรื้อรัง หรือเลือกทานยาโดยไม่ผ่านการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้อง เพราะภาวะความผิดปกตินี้ไม่ได้เป็นเพียงบ่อเกิดของโรคทางระบบหลอดเลือดและหัวใจ โรคความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ หรืออุบัติเหตุ แต่ยังกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน

ภาวะง่วงนอนช่วงกลางวัน (Excessive Daytime Sleepiness)

   ภาวะง่วงนอนคือการที่คนเราไม่สามารถตื่นหรือตื่นตัวในระหว่างวัน บางครั้งไม่สามารถ ที่จะระงับการนอนได้ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสำหรับการนอน อาการง่วงอาจ มีอาการรุนแรง ถึงขึ้นหลับไปฉับพลันทันทีซึ่งเจอในโรคลมหลับ นอกจากความง่วงนอนผู้ป่วยอาจมีอาการ อ่อนเพลีย, หมดแรง, ไม่มีพลัง, มืนงง หรือมีปัญหาความคิดความจำ

   ภาวะความง่วงนอนผิดปกติในช่วงกลางวันอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น นอนไม่เพียงพอ, นอนไม่หลับ, ความผิดปกติของระบบหายใจขณะหลับ, ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง, ผลข้างเคียงจากยา อย่างไรก็ตามภาวะง่วงนอนผิดปกติอาจเกิดจากภาวะลมหลับ (Nacrolepsy) ซึ่งสาเหตุเกิดจากความผิดปกติ ของสารสื่อประสาทในระบบประสาทส่วนกลางซึ่งผู้ป่วยอาจจะมีอาการดังต่อไปนี้

  • 1. (Excessive daytime sleepiness) ง่วงนอนมากผิดปกติ มักเป็นอาการแรกของผู้ป่วยโรคนี้  ผู้ป่วยจะหลับในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ในห้องเรียน,ขณะทำงาน,เข้าห้องน้ำ,ขณะเขียนหนังสือหรือ แม้แต่ขณะกำลังสนทนา การนอนช่วงสั้นๆ มักจะช่วยให้สดชื่นขึ้นได้
  • 2. (Cataplexy)อาการผลอยหลับคือมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง คอตก เวลาที่มีอารมณ์เปลี่ยนแปลงซึ่งพบใน (Nacrolepsy type 1)
  • 3. (Sleep paralysis) เป็นภาวะที่ไม่สามารถขยับตัวแขนขาขณะกำลังจะหลับหรือเพิ่งตื่นซึ่งผู้ป่วยรู้ตัว(ผีอำ)
  • 4. (Hypnagogic hallucination) เป็นภาวะที่ผู้ป่วยเห็นภาพหรือเสียงหลอนในขณะกำลังจะหลับ หรือในขณะกำลังจะตื่น (Hypnopoppic hallucination)
อาการอื่นๆ ของโรคลมหลับ เช่น
  • 1. พฤติกรรมที่ทำโดยไม่รู้ตัวขณะหลับ เช่น เดิน,ทำอาหาร,ละเมอ
  • 2. ขาดสมาธิ,ขี้ลืม

การให้การวินิจฉัย

   อาศัยการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคความผิดปกติของการนอนหลับ, การประเมินแบบทดสอบอาการง่วงนอน (Epworth sleepiness scale), การทำแบบบันทึกเวลานอน(sleep diary) เพื่อบันทึกเวลาเข้านอน ตื่นนอนและเวลาที่หลับจริงในช่วงกลางวันและกลางคืน ในช่วงหนึ่งสัปดาห์, การตรวจการนอนหลับ(overnight polysomnography) เพื่อแยกโรคความผิดปกติขณะหลับที่อาจจะเป็นสาเหตุของ ภาวะง่วงนอน และ การทำ Multiple sleep latency test (MSLT) เพื่อประเมินความรุนแรงของอาการง่วงนอน ในเวลากลางวันโดนประเมินว่าผู้ป่วยหลับเร็วเพียงใด

*Reference: Wish Banhiran MD. Epworth Sleepiness scale in obstructive sleep disordered breathing: the reliability and validity of the Thai version. Sleep Breath. 2010

Multiple sleep latency test (MSLT) จะทำหลังจากการตรวจการนอนหลับในช่วงกลางคืน (overnight polysomnography) เพื่อแยกความผิดปกติอื่นๆที่เกิดจากการหลับออกไปก่อนและผู้ป่วยควรมีเวลานอนที่เพียงพออย่างน้อย 7 ชม. MSLT จะเริ่มทำหลังจากตื่นนอน 2 ชม. โดยผู้ป่วยจะนอนอยู่บนเตียงในห้องมืดและทางเจ้าหน้าที่จะให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสหลับบนเตียงประมาณ 20 นาที  จำนวน 5 ครั้งห่างกันทุก  2 ชม. เพื่อประเมินว่าผู้ป่วยหลับเร็วเพียงใด้โดยอาศัยการตรวจคลื่นไฟ้ฟ้าสมองซึ่งสามารถดูภาวะหลับตื่นและวัดระดับ ความลึกของการหลับ

การรักษาเพื่อบรรเทาอาการ
  • 1. การรักษาภาวะง่วงนอน เช่น ยาที่มีผลกระตุ้นประสาท (methylphenidate, modafinil) , พฤติกรรมบำบัด(การนอนหรือตื่นให้เป็นเวลาสม่ำเสมอ หรืองีบหลับสั้นๆ กลางวัน)
  • 2. การรักษาภาวะผลอยหลับ เช่นการใช้ยา velaflexine  เป็นต้น
ผู้เขียน : นพ. สิริชัย กิตติชาญธีระ ผู้เชียวชาญโรคความผิดปกติการหลับ

  แพคเกจและโปรแกรมตรวจ ศูนย์ตรวจการนอนหลับ 

โปรโมชั่นประจำเดือน