ศูนย์ตรวจการนอนหลับ

อย่าปล่อยให้การนอนหลับของคุณส่งปัญหาแก่คนข้างกาย "นอนกรน" ไม่เพียงแต่รบกวนคนข้างกาย ยังเสี่ยงต่อภาวะ "หยุดหายใจ" ขณะหลับแต่อาจเป็นสัญญาณอันตรายไปสู่โรคอื่นๆ โรงพยาบาลนนทเวชบริการรับการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะขาดอ็อกซิเจนขณะหลับ ซึ่งเป็นสาเหตุของการนอนกรน โดยจะทำการทดสอบการนอนกรน (Sleep Test) โดยทำการรักษาตั้งแต่เริ่มแรกไปจนถึงระยะที่ได้รับการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดชนิดนี้ จะทำในคนที่มีภาวะเพดานในช่องปากอ่อนผิดปกติ สำหรับการผ่าตัดนี้ ส่วนมากจะทำในกรณีที่เป็นมากเท่านั้น

ขอบเขตการให้บริการ และบริการเฉพาะทาง ศูนย์ตรวจการนอนหลับ

   “การนอนหลับ” เป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดที่จะทำให้ร่างกายได้พัก ส่งผลให้การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย จิตใจเป็นไปอย่างปกติ และมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุผลดังกล่าวการนอนไม่เพียงพอหรือนอนไม่มีคุณภาพย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ การดำเนินชีวิต และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนมีหลายปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหานอนไม่หลับ ปัญหาการนอนหลับไม่มีคุณภาพ ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะง่วงนอนกลางวัน

ภาวะนอนกรนหยุดหายใจ เป็นปัญหาหนึ่งซึ่งพบได้บ่อย ปัญหาดังกล่าวนอกจากทำให้รบกวนการนอนหลับของเพื่อนร่วมห้องแล้วยังทำให้ผู้ป่วยมีภาวะหายใจแผ่ว หยุดหายใจ ทำให้สะดุ้งตื่นบ่อย และสมองขาดออกซิเจน ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน อัมพาต ขาดสมาธิ ความจำสั้น ง่วงนอนกลางวัน หรือหลับใน อาจนำมาซึ่งอุบัติเหตุขณะขับรถและเสียชีวิตได้

เหตุใดการนอนไม่มีคุณภาพจึงเป็นอันตรายสำหรับบางคน?

     การนอนกรนคงไม่เป็นอันตรายหากไม่ได้มีภาวะหายใจแผ่วหรือหยุดหายใจ สามารถเกิดขึ้นได้ขณะหลับกับผู้ที่มีปัญหานอนกรน กลไกดังกล่าวเกิดจากการตีบแคบของระบบทางเดินหายใจส่วนต้น ซึ่งเป็นมากขณะหลับ ผลที่ตามมาคนไข้มักจะสะดุ้งตื่นจากภาวะออกซิเจนต่ำ หรืออากาศเข้าปอดที่ลดลงบางครั้งอาจมีอาการคล้ายสำลักน้ำ ซึ่งผลต่อสุขภาพมีหลายประการดังที่ได้กล่าวไป

การหายใจปกติ
ภาวะนอนกรน หยุดหายใจเนื่องจากทางเดินหายใจตีบแคบ
อากาศสามารถเข้าสู่ปอดผ่านภาวะระบบทางเดินหายใจ อากาศไม่สามารถไหลเข้าสู่ปอด เนื่องจากมีการตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนต้น
การตรวจสุขภาพการนอนหลับ (Sleep test ) คืออะไร

     การตรวจสุขภาพการนอนหลับ เป็นการตรวจเพื่อวิเคราะห์การทำงานระบบต่าง ๆ ของร่างกายระหว่างการนอนหลับ  เช่น ระบบการหายใจ  ระดับออกซิเจนในเลือด  การทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมอง คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และการเคลื่อนไหว รวมถึง ศึกษาพฤติกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นขณะหลับ ปัจจุบันถือว่าเป็นการตรวจมาตรฐานสากล สำหรับการวินิจฉัยความผิดปกติขณะนอนหลับ จะทำการวัดตลอดทั้งคืน อย่างน้อยประมาณ 6-8 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาปกติของการหลับของคนทั่วไป ระยะเวลาที่นอนหลับถ้าน้อยกว่า 6 ชั่วโมง ผลที่ได้จะเชื่อถือได้น้อย ผลการตรวจการนอนหลับที่ให้เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผลการวัดระดับความลึกของการนอนหลับอาจจะผิดพลาดได้ ต้องมีแพทย์หรือเจ้าหน้าที่มีความชำนาญในการอ่านคลื่นสมอง ตรวจเช็คผลซ้ำอีกครั้งด้วยจึงจะเชื่อถือได้

   เมื่อไหร่ควรรับการตรวจ Sleep test
   Sleep test ควรตรวจเมื่อเกิดอาการ

     - ผู้ที่มีปัญหานอนกรนดังผิดปรกติ
     - ตื่นนอนตอนเช้าด้วยความอ่อนล้าไม่สดชื่น
     - ปวดมึนศีรษะต้องการนอนต่ออีกเป็นประจำ
     - มีอาการง่วงนอนกลางวันมากผิดปรกติ ทั้ง ๆ ที่ได้นอนอย่างเพียงพอแล้ว
     - หายใจขัด หรือหายใจไม่สะดวกขณะนอนหลับ  อาจมีอาการคล้ายสำลักน้ำลาย
     - มีอาการหายใจลำบาก หายใจแรงเหมือนขาดอากาศหลังจากหยุดหายใจ
     - นอนกัดฟัน หรือ นอนละเมอ นอนฝันร้าย สะดุ้งตื่นเป็นประจำ
     - ความดันโลหิตสูง ซึ่งยังหาสาเหตุได้ไม่ชัดเจน

     - ตื่นนอนกลางดึกโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือปัสสาวะกลางดึกโดยไม่ทราบสาเหตุ

     รีบปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อคุณภาพการนอนหลับของคุณ ศูนย์ตรวจการนอนหลับ (Sleep Lab Center) โรงพยาบาลนนทเวช พร้อมให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การนอนหลับ อายุรกรรมระบบประสาท อายุรกรรมระบบทางเดินหายใจ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิก
 

เตรียมตัวอย่างไรก่อนรับการตรวจ Sleep test

    ผู้รับการตรวจส่วนมากสามารถนอนหลับได้ใกล้เคียงปกติ และไม่จำเป็นต้องหยุดงาน เนื่องจากการตรวจทำในช่วงใกล้เวลานอนปรกติ  โดยในวันที่ตรวจผู้รับการตรวจควรสวมเสื้อผ้า เหมือนชุดที่ใส่นอนเป็นประจำ  โดยทำจิตใจให้สบาย ไม่ต้องวิตกกังวล เนื่องจากจะไม่มีสร้างความเจ็บปวดใดๆ นอกจากความไม่คุ้นเคยกับเครื่องมือที่ติดตามร่างกายส่วนต่างๆ เท่านั้น นอกจากนี้ในวันที่ทำการทดสอบ ผู้รับการตรวจควรหลีกเลี่ยงการดื่ม กาแฟ ชา  เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์เป็นส่วนผสม หรือการออกกำลังกายอย่างหนัก หลังเที่ยง และไม่ควรใส่น้ำมัน หรือครีมแต่งผม  โดยควรจะนอนในท่าที่สบายและเคยชินที่สุด  สำหรับกรณีที่ใช้ยารักษาโรคประจำตัวเป็นมานาน  เช่น ยาลดความดันโลหิต ยารักษาเบาหวาน หรือ ยานอนหลับ อาจไม่จำเป็นต้องหยุดยาก่อนตรวจ   อย่างไรก็ดีควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่และแพทย์ทราบด้วย  หลังจากตรวจเสร็จ ในช่วงเช้า ผู้รับการตรวจสามารถตื่นนอนตามเวลาปกติ  โดยกรณีที่ตรวจระดับ 2 อาจนัดแนะเวลากับเจ้าหน้าที่ให้มาถึงสถานที่รับการตรวจตามสะดวก โดยเจ้าหน้าที่จะทำการแกะอุปกรณ์ต่างๆออก และนำกลับไปวิเคราะห์ผลและตรวจสอบโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับต่อไป

การตรวจ Sleep test มีแบบใดบ้าง และควรเลือกตรวจอย่างไร

     การตรวจสุขภาพการนอนหลับ หรือ sleep test  เป็นการตรวจที่เป็นมาตรฐาน ที่ใช้ในการวินิจฉัยและประเมินระดับความรุนแรงของโรค  ภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้นจะมีผลต่อการวางแผนและการตัดสินใจทางเลือกในการรักษา สามารถแบ่งออกได้ เป็น 4 ระดับ ตามความละเอียดของข้อมูลที่ตรวจ โดยใช้ตามนิยามของสมาคมเวชศาสตร์การนอนหลับของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลดังนี้

ระดับที่ 1 การตรวจสุขภาพการนอนแบบสมบูรณ์โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดคืน เพื่อประเมินการวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง  คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ ลูกตา ใต้คาง และขา คลื่นไฟฟ้า หัวใจ การตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด การตรวจวัดลมหายใจ เป็นอย่างน้อย โดยอาจทำภายในห้องตรวจเฉพาะของสถานพยาบาล หรือนอกสถานที่ แต่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตอาการตลอดทั้งคืนที่ตรวจ ซึ่งการตรวจลักษณะนี้จะทำให้ทราบความผิดปกติของการนอนหลับประเภทอื่นๆ ของการนอน สามารถวินิจฉัยภาวะนอนกรนได้ทุกระดับความรุนแรง และในกรณีผู้ป่วยนอนกรน เจ้าหน้าที่จะให้ผู้ป่วยใส่เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก และประเมินว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องใช้ค่าความดันอากาศระดับใดในการรักษา ซึ่งไม่สามารถทำในการตรวจระดับอื่น  

ระดับที่ 2 การตรวจสุขภาพการนอนหลับแบบสมบูรณ์ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เผ้าตลอดทั้งคืน วิธีนี้อาจตรวจตามบ้าน ในห้องนอนของผู้รับการตรวจเอง หรือ ตามสถานที่พักต่างๆ โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตั้งอุปกรณ์ให้แต่ไม่ได้เฝ้าระหว่างเวลาที่ตรวจ  ลักษณะของการตรวจแบบนี้มีส่วนประกอบและข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือได้ใกล้เคียงกับ การตรวจระดับ 1  อาจทำในผู้ป่วยที่มีอาการนอนกรนกลางถึงรุนแรง

ระดับที่ 3 และ 4 เป็นการตรวจสุขภาพเพียงบางรายการ ซึ่งอาจมีผลคลาดเคลื่อนในการวินิจฉัย จึงมักไม่ได้รับความนิยม การตรวจจะเริ่มตั้งแต่เวลา 19.00-06.00 น. ตามความเหมาะสมของผู้ตรวจแต่ละราย ก่อนเริ่มการตรวจ เจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการนอน รวมทั้งยารักษาโรคประจำตัว หรืออาจให้กรอกแบบสอบถาม และเอกสารการยินยอมของผู้รับการตรวจ

► ตรวจวิเคราะห์หาความผิดปกติของการนอนหลับด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Polysomnography) เป็นการตรวจด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย สามารถบอกได้ว่าคุณภาพในการนอนเป็นอย่างไร เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์ความผิดปกติของการนอนหลับ

    ♦ การนอนกรน
    ♦ การนอนไม่หลับ
    ♦ การนอนกัดฟัน
    ♦ การนอนขากระตุกขณะหลับ

► การตรวจรักษาด้วยเครื่องซีแพพ (CPAP) การเป่าความดันลมผ่านทางจมูกหรือปาก ผ่านบริเวณลำคอ และโคนลิ้น ซึ่งเป็นส่วนทางเดินหายใจส่วนต้น เพื่อให้เปิดขยายตัวตลอดเวลาโดยไม่ให้มีการอุดกั้นขณะที่นอนหลับ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ใช้เครื่องสามารถหายใจรับอากาศอย่างพอเพียงและนอนหลับราบ รื่นตลอดทั้งคืน
► การรักษาด้วยคลื่นวิทยุ เพื่อทำให้เนื้อเยื่อเกิดเป็นพังผืดและมีการหดตัว ซึ่งจะทำให้เพดานอ่อนลดการหย่อนตัวหรือ สั่นสะเทือนขณะหายใจลดลง ทำให้ช่องเดินอากาศกว้างขึ้นและหายใจได้สะดวก
► การรักษาโดยการผ่าตัด เป็นการผ่าตัดบริเวณลิ้นไก่และเพดานอ่อนเพื่อทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น

โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การนอนหลับ อายุรกรรมระบบประสาท อายุรกรรมระบบทางเดินหายใจ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิก


แพคเกจ

แพคเกจตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)